
สว.หวั่นคดี396โรงพักเดินซ้ำรอย‘โฮปเวลล์’
กมธ.ตำรวจวุฒิสภา ห่วงคดีโรงพักทดแทน บังคับคดีไม่ได้ ตามรอยมหากาพย์โฮปเวลล์
กมธ.ตำรวจวุฒิสภา ห่วงคดีโรงพักทดแทน บังคับคดีไม่ได้ ตามรอยมหากาพย์โฮปเวลล์
พล.ต.ท.สมยศ ดีมาก สว.สรรหา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา เปิดเผยว่า โครงการจัดสร้างสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่ง อาจจะกลายเป็นมหากาพย์แบบโครงการโฮปเวลล์อีกกรณีหนึ่ง เพราะยังไม่แน่ใจว่าถึงจะยกเลิกโครงการไปแล้ว จะบังคับคดีให้ส่งมอบพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จได้ โดยขณะนี้มีสถานีตำรวจ 118 แห่ง ที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย ขณะที่อีก 200 กว่าแห่งยังสร้างไม่เสร็จ
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวถึงแม้จะพาดพิงไปถึงอดีต ผบ.ตร.หลายคน แต่คนที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง คือ คนที่ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญา ส่วนข้ออ้างที่ว่าช่วยประหยัดงบหลวงได้ 800 ล้านบาท นั้นฟังไม่ขึ้น เพราะถึงวันนี้ความเสียหายปรากฏชัดเจนแล้ว ซึ่งทราบข่าวว่าขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมตั้งอนุกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว เพราะเป็นเรื่องสร้างความเสียหายทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอนุ กมธ.พัฒนากิจการตำรวจ ซึ่งตรวจสอบเรื่องนี้ไม่มีการชี้ว่าใครผิดใครถูก แต่พบว่าการขายช่วงต่อเป็นการทำขัดสัญญากับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีการตั้งโต๊ะขายช่วงต่อ อย่างโครงการโรงพักขนาดใหญ่ ราคากลางอยู่ที่ประมาณ 27 ล้านบาท แต่จ่ายให้บริษัทรับจ้างช่วงต่อเพียง 20 ล้านบาท ขณะที่โรงพักขนาดกลางและขนาดเล็กก็ลดหลั่นกันลงไป ซึ่งเรื่องนี้คงต่อสู้กันอีกนาน แต่ความเสียหายและความเดือดร้อนได้เกิดขึ้นแล้วกับตำรวจทั่วประเทศ
ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขอให้ สตช.คำนึงถึงความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจ มากกว่าการกลัวถูกฟ้องร้องจากผู้รับเหมา ภายหลังบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น ออกมาระบุว่า หาก สตช.ไม่ต่อสัญญาการก่อสร้างโรงพักทดแทน จะฟ้องร้องดำเนินคดี เพราะที่ผ่านมามีการต่อสัญญากับบริษัท พีซีซีฯ มาแล้วถึง 3 ครั้ง รวมเป็นระยะเวลา 2 ปีกว่า แต่บริษัท พีซีซีฯ ก็ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้สถานีตำรวจ 396 แห่ง ไม่มีสถานีตำรวจไหนก่อสร้างเสร็จสถานีเดียว







