posttoday
น้ำไหลไฟสว่าง

น้ำไหลไฟสว่าง

24 กุมภาพันธ์ 2556

เห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของรัฐบาล ในการรับมือไฟฟ้าตกหรือดับ จากการปิดซ่อมประจำปี ของแท่นเจาะก๊าซในประเทศพม่า

เห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของรัฐบาล ในการรับมือไฟฟ้าตกหรือดับ จากการปิดซ่อมประจำปี ของแท่นเจาะก๊าซในประเทศพม่า

ทำให้ก๊าซที่ส่งมาเป็นเชื้อเพลิงใช้ผลิตไฟฟ้าในเมืองไทย ต้องมีปัญหาช่วงวันที่ 5-14 เม.ย. แล้วไม่รู้จะดีใจที่รัฐบาลเอาจริงเอาจังได้มากน้อยแค่ไหน

โดยเฉพาะวันที่ 5 เม.ย. รัฐบาลออกมาย้ำว่าเป็นวันที่เสี่ยงจะมีไฟฟ้าตกหรือดับใน 4 เขตของกรุงเทพฯ ถึงขนาดขอให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แจ้งให้สมาชิก 7,000-8,000 โรงงานหยุดผลิตหนึ่งวัน

ทั้งนี้ หากรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องใหญ่ๆ ที่สำคัญกับประเทศชาติได้อย่างภาวะฉุกเฉินพลังงานไฟฟ้าได้ทุกเรื่อง เชื่อว่าประเทศจะพัฒนาได้ฉลุยกว่านี้แน่ เช่นเรื่องปราบทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงเรื่องภัยแล้ง ซึ่งข้อมูลจากศูนย์ประมวลและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทานรายงานว่า

สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้หนักกว่าปีก่อน โดยระดับน้ำใช้การในเขื่อนทั่วประเทศขณะนี้รวมเหลือแค่ 29% ขณะที่ช่วงเดียวกันนี้ของปีก่อน ระดับน้ำใช้การมีอยู่ 41% ส่วนพื้นที่ประสบภัยแล้งปีนี้ซึ่งมีประกาศอย่างเป็นทางการไปแล้วมี 35 จังหวัด ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีพื้นที่ภัยแล้งเพียง 17 จังหวัด

เห็นได้ว่าภัยแล้งปีนี้ มาเร็วกว่าหนักกว่าปีก่อน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีก่อนลากยาวถึงจะเข้าหน้าร้อนเดือน เม.ย.นี้เช่นเดียวกับภาวะฉุกเฉินไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ในการสื่อสารทำความเข้าใจ รวมไปถึงการประกาศภาวะฉุกเฉินภัยแล้งกลับเงียบ ทั้งๆ ที่รัฐบาลก็รู้ข้อมูลภัยแล้งว่าหนัก ตามรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ระบุว่าสถานการณ์ภัยแล้งล่าสุด มี 35 จังหวัดประสบภัยแล้ง รวม 25,014 หมู่บ้าน จากหมู่บ้านทั้งประเทศไทย 74,963 หมู่บ้าน หรือ 33% ของหมู่บ้านทั้งประเทศ

รัฐบาลยอมรับว่าสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ที่หนัก เพราะฝนน้อยกว่าปีที่ผ่านมามาก แหล่งน้ำในอ่างขนาดใหญ่ลดต่ำกว่าปีที่แล้วเทียบแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่รัฐบาลได้สั่งการให้แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ปีก่อน ในแนวทาง 2P2R ซึ่ง 2P รัฐบาลบอกว่าทำไปแล้วคือมาตรการป้องกัน (Prevent) กับการเตรียมการ (Prepare) ส่วนขณะนี้กำลังทำการเผชิญเหตุที่ดี (Response) และการเยียวยาฟื้นฟู (Recovery) ใช้เงินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว 889 ล้านบาท

จากการชี้แจงของรัฐบาลดังกล่าว ประชาชนทั่วไปคงรับรู้ได้ว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีก่อน ที่รัฐบาลได้สั่งการให้รับมือภัยแล้ง กับการรับมือภาวะฉุกเฉินไฟฟ้าดับที่อาจจะเกิดขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้า สิ่งไหนรัฐบาลจริงจังกว่ากัน จริงอยู่ไฟฟ้าเป็นเรื่องใหม่เรื่องใหญ่ เมื่อเทียบกับภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีจนกลายเป็นความเคยชิน แต่หากรัฐบาลเอาจริงเอาจังขึงขังสั่งทั้งภาครัฐกับเอกชนรับมือเหมือนกับแผนฉุกเฉินไฟดับ เชื่อแน่ว่าปัญหาภัยแล้งคงจะไม่รุนแรงมากถึงครึ่งประเทศอย่างนี้ ใส่ใจให้น้ำไหล ไม่แพ้กับไฟสว่างเถอะรัฐบาล

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI