
เชื่อมั่นวูบตามไฟฟ้าดับ
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า วิกฤตไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเรื่องแปลกและไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากไทยได้พัฒนาระบบไฟฟ้ามานาน การวางแผนซ่อมบำรุงควรจะวางแผน ไม่ให้อยู่ในช่วงเดียวกับช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ซึ่งการมีข่าวในลักษณะนี้เป็นการสร้างผลกระทบในด้านลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และส่งผลกระทบต่อการลงทุนระหว่างประเทศ
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า วิกฤตไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเรื่องแปลกและไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากไทยได้พัฒนาระบบไฟฟ้ามานาน การวางแผนซ่อมบำรุงควรจะวางแผน ไม่ให้อยู่ในช่วงเดียวกับช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ซึ่งการมีข่าวในลักษณะนี้เป็นการสร้างผลกระทบในด้านลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และส่งผลกระทบต่อการลงทุนระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะไทยพึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก รวมทั้งต้องนำเข้าพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้าน หากไม่สามารถบริหารจัดการได้ จะถือเป็นความเสี่ยงของประเทศทันที ซึ่งนักลงทุนจะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาว่าเป็นความเสี่ยงต่อการลงทุน
ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งจัดทำแผนรับมือให้ชัดเจน หากจะต้องมีการดับไฟจริงควรเลือกในพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยไม่ใช้พื้นที่ที่เป็นแหล่งการผลิต เพราะโรงงานอุตสาหกรรมหากขาดไฟฟ้าในการเดินเครื่อง หรือต้องหยุดเครื่องแล้วเดินใหม่จะได้รับผลกระทบมาก
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องมีการชดเชยให้มีการผลิตไฟฟ้าสำรองเดินเครื่องมาชดเชย เช่น นิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งจะมีระบบการผลิตไฟฟ้าเป็นของตัวเองอยู่แล้ว จึงต้องชดเชยให้เกิดการเดินเครื่องเพื่อผลิตไฟฟ้าเข้ามาทดแทน
"รัฐควรจะวางแผนได้แล้วว่าหลังจากนี้จะต้องทำยังไงต่อการผลิตไฟฟ้าในอนาคต การกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงที่เหมาะสม เช่น จะใช้ถ่านหิน นิวเคลียร์ และต้องเริ่มหารือกับกลุ่มภาคประชาสังคมเพื่อสร้างความเข้าใจ ไทยไม่ควรมีวิกฤตพลังงานไฟฟ้าทั้งๆ ที่มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าสำรองค่อนข้างมาก" นายธนวรรธน์ กล่าวด้านภาพรวมภาคธุรกิจหลังรัฐบาลเตือนชัดเจนว่าวันที่ 5 เม.ย. จะเป็นวันเสี่ยงที่ไฟฟ้าจะตกหรือดับมากที่สุดในการที่พม่าจะหยุดจ่ายก๊าซใช้ผลิตไฟฟ้าครั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เชื่อว่าจะรับมือได้และมีการเตรียมเครื่องผลิตไฟฟ้าสำรองไว้
ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธุรกิจค้าปลีกรณรงค์เรื่องประหยัดไฟฟ้ามาตลอด เช่น เปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงาน หรือเปลี่ยนเครื่องทำความเย็นใหม่ให้ใช้ไฟน้อยลง ดังนั้นหากมีการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าจึงไม่น่าจะกระทบ เพราะทุกห้างมีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง เช่นเดียวกับ สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส บริษัท เอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม กล่าวว่า บริษัทอาจต้องปิดไฟบางส่วน แต่เชื่อว่าไม่กระทบต่อลูกค้า เพราะบริษัทมีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองอยู่แล้ว กุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า หากมีการหยุดจ่ายไฟฟ้าจริง ลูกค้าจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากบริษัทมีเครื่องปั่นไฟฟ้าใช้น้ำมัน
ขณะที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ค่ายหลัก ทั้ง เอไอเอส ดีแทค และทรู ต่างมีแผนรับมือ เช่น วิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสเตรียมแผนสำรองพลังงานเป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงานสูงสุดของแต่ละปีอย่างฤดูร้อนหรือในช่วงที่เกิดภัยธรรมชาติ ยิ่งวันที่ 412 เม.ย. ได้เตรียมระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง พร้อมใช้ตลอดเวลาในพื้นที่เสี่ยง ประเทศ ตันกุรานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคมีมาตรการรองรับกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะ 5 เม.ย. ประสานงานตลอดเวลากับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าภูมิภาคต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีการจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีฐานดีแทคอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น บอกว่า ทรูได้เตรียมโซลาร์เซลและเครื่องผลิตไฟฟ้าสำรองรองรับในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมไม่ต่างจากช่วงภัยน้ำท่วมเมื่อปีก่อน
สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ส่วนมากโรงแรมจะมีน้ำมันเพื่อใช้ปั่นไฟฟ้าได้ 23 ชั่วโมง แต่ในกรณีปัญหาเดือน เม.ย.นี้ อาจจะมีบางโรงแรมที่สำรองน้ำมันมากขึ้น เพื่อให้ใช้ปั่นไฟฟ้าได้ 46 ชั่วโมง ส่วน ปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร ให้ความเห็นว่า ธุรกิจท่องเที่ยวไม่กังวล เพราะเชื่อว่าในย่านใจกลางเมือง ย่านเศรษฐกิจสำคัญ คงไม่ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับ
ในส่วนของธุรกิจก๊าซ ชาครีย์ บูรณกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ทาง ปตท.ได้เตรียมพร้อมในการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ไว้รองรับกรณีการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานาสหภาพพม่า ระหว่างวันที่ 513 ก.พ. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาก๊าซขาดแคลน
เบื้องต้นได้เตรียมการจัดการเอ็นจีวีให้มีปริมาณก๊าซค้างในท่อ (Line Pack) 350 ล้านลูกบาศก์ฟุต จ่ายให้กับสถานีเอ็นจีวีแม่ใน จ.ราชบุรีโดยกำหนดไว้ 2 ส่วน คือ 1.ใช้ก๊าซจากฝั่งตะวันตกเหมือนเดิมจากก๊าซฯค้างท่อ ส่งให้สถานีหลักราชบุรีกระขายไปยังสถานีลูก 27 แห่ง ปริมาณ 325 ล้านลบ.ฟุต/วัน เพื่อส่งต่อไปยังสถานีแนวท่อ 5 แห่ง ปริมาณ 180 ล้านลบ.ฟุต/วัน
2.จ่ายก๊าซตะวันออกย้อนและขอผ่อนผันคุณภาพก๊าซชั่วคราว ไปยังสถานีจ่ายก๊าซหลัก 5 สถานี ได้แก่ สามโคก ลาดหลุมแก้ว เชียงรากน้อย ทุ่งครุและกัลปพฤกษ์ โดยจัดส่งไปยังสถานีลูก 88 แห่งปริมาณ 1,239 ล้านลบ.ฟุต/วัน และสถานีแนวท่อ 11 แห่ง ปริมาณ 404 ล้านลบ.ฟุต/วัน ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถเอ็นจีวี ในกลุ่มรถเล็ก 8.9 หมื่นคัน/วัน รถใหญ่ 3,800 คัน/วัน ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด กทม. นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม อยุธยา สมุทรสาคร สุพรรณบุรี และสมุทรปราการ3ค่ายมือถือพร้อมรับวิกฤตพลังงาน
วิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสเตรียมแผนสำรองพลังงานเป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงานสูงสุดของแต่ละปีอย่างฤดูร้อน หรือ ในช่วงที่เกิดภัยธรรมชาติ ยิ่งในช่วง 412 เม.ย. ได้เตรียมระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง พร้อมใช้ตลอดเวลาในพื้นที่เสี่ยง มีการปรับปรุงอุปกรณ์ พร้อมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เช่น การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและมีเจ้าหน้าที่พร้อมทำงาน 24 ชั่วโมง
นายประเทศ ตันกุรานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคมีมาตรการรองรับกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะ 5 เม.ย. ประสานงานตลอดเวลากับการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าภูมิภาคต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีการจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีฐานดีแทคอย่างต่อเนื่อง มีการเตรียมน้ำมันสำรองไว้เป็นจำนวนมากต่อสถานีฐานสำหรับในกรณีที่มีการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าทั้งเตรียมทีมวิศวกรคอยตรวจสอบ และดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงรถโมบายล์เคลื่อนที่พร้อมเครื่องปั่นไฟ เพื่อให้บริการโครงข่ายสื่อสารในกรณีฉุกเฉินในบางพื้นที่
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรูมีการเตรียมโซลาร์เซลและเครื่องผลิตไฟฟ้าสำรองรองรับในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมไม่ต่างจากช่วงภัยน้ำท่วมเมื่อปีก่อน และจะประสานงานกับการไฟฟ้าและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. อย่างใกล้ชิดให้มีการดูแลบริการสาธารณูปโภค ซึ่งก็คือโทรศัพท์มือถือให้สามารถใช้งานได้
เอกชนท่องเที่ยวไม่หวั่นไฟดับพร้อมประหยัดไฟ สำรองน้ำมันปั่นไฟ
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปผู้ประกอบการท่องเที่ยวคงต้องช่วยกันประหยัดไฟฟ้าไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับปัญหาไฟดับ โดยเชื่อว่าผู้ประกอบการทุกรายต่างก็มีแนวทางประหยัดไฟฟ้าอยู่แล้ว เช่น โรงแรม แม้จะไม่สามารถประหยัดไฟฟ้าในส่วนที่ให้บริการลูกค้าได้ เพราะต้องเน้นเรื่องการให้บริการที่ดีที่สุดตอบสนองความต้องการของลูกค้า แต่ส่วนใหญ่โรงแรมจะประหยัดการใช้ไฟฟ้าในระบบไฟฟ้าของสำนักงาน รวมถึงระบบหลังบ้านของตัวเองอยู่แล้ว
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการโรงแรมขอรอฟังความชัดเจนจากภาครัฐก่อนว่า จะมีนโยบายจัดการกับปัญหานี้อย่างไรบ้าง จึงจะประเมินได้ว่าเอกชนควรจะดำเนินการอย่างไร โดยขณะนี้โรงแรมส่วนใหญ่คงยังไม่ได้เตรียมการอะไรรองรับมาก เพราะคงรอให้ได้ข้อมูลชัดเจนกว่านี้ แต่เบื้องต้นโรงแรมส่วนใหญ่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองเพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินไฟฟ้าดับอยู่แล้ว ซึ่งส่วนมากจะมีน้ำมันเพื่อใช้ปั่นไฟได้ 23 ชั่วโมง แต่ในกรณีปัญหาเดือน เม.ย. นี้ อาจจะมีบางโรงแรมที่สำรองน้ำมันมากขึ้น เพื่อให้ใช้ปั่นไฟได้ 46 ชั่วโมง
นายปิยะบุตร จิวระโมไนยกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร กล่าวว่า ไม่กังวลกรณีที่อาจเกิดปัญหาไฟฟ้าดับช่วงเดือน เม.ย. เพราะเชื่อว่าในย่านใจกลางเมือง ย่านเศรษฐกิจสำคัญ คงไม่ได้รับผลกระทบ แต่พื้นที่รอบนอกอาจได้รับผลกระทบอะไร ขณะที่การท่องเที่ยวย่านถนนข้าวสารในช่วงเดือนเม.ย. ก็คงคึกคักเช่นเดิม เพราะเป็นช่วงใกล้เทศกาลที่นักท่องเที่ยวจะมามากอยู่แล้ว
รถยนต์
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัทสหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจำจัดหน่ายสินค้าในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนพลังงานในช่วงเดือนเมษายน เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องกลับมาทบทวนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทย ต้องลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน และหันมาสร้างโรงไฟฟ้าหรือพลังงานอื่นๆแทน เพราะไทยมีศักยภาพ







