
เตือนป่วนใต้ฆ่าพุทธมุสลิมขยายแตกแยก
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังตนเองมากขึ้น เพราะในช่วงนี้คนร้ายมักก่อเหตุต่อเป้าหมายที่อ่อนแอ
“
ในช่วงนี้อาจจะมีข่าวลือ หรือใบปลิวของฝ่ายตรงข้ามออกมาโจมตีการทำงานของฝ่ายเจ้าหน้าที่ ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ขอทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ทางราชการไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ จะดูแลรักษาความปลอดภัยพี่น้องประชาชนอย่างถึงที่สุด และยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่กระทำต่อเป้าหมายที่อ่อนแอ” พ.อ.บรรพต กล่าวทั้งนี้ เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงชาวบ้านไทยพุทธที่เข้าไปหาของป่าบนเขาบูโด เสียชีวิต 6 คน ในพื้นที่บ้านผาดง หมู่ 6 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ 10 นาย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 เม.ย.
ต่อมาเวลา 22.25 น. วันเดียวกัน คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงร้านน้ำชาราษฎรที่บ้านบือราแง ต.ลุโบะสาวอ อ.บาเจาะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และได้รับบาดเจ็บ 9 คน หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือนายอาแวปะเกอาลี อับดุลสมัด พี่ชายนายอับดุลเราะมาน อับดุลสมัด อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส
“
เหตุการณ์ทั้งสองเชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ที่เป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ จำนวน 2 กลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติดตามดำเนินคดี” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวพ.อ.บรรพต กล่าวอีกว่า เหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมุ่งหวังที่จะทำร้ายเป้าหมายที่มีความอ่อนแอ โดยเฉพาะประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ หลังจากเกิดเหตุ ทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ก็ได้เร่งรัดให้ทางหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสลงพื้นที่ทันที เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการหาข้อมูลกลุ่มคนร้ายเพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดี
พ.อ.บรรพต กล่าวว่า การก่อเหตุทั้งสองครั้งเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต้องการโต้ตอบการปฏิบัติการเชิงรุกด้านมวลชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่รัฐ จนทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงสูญเสียมวลชนบางส่วน โดยเฉพาะการยิงปะทะกัน และทำให้นายมูฮัมมัดนาวารี แมยู แกนนำสำคัญของกลุ่มที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.บาเจาะ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา
นายอับดุลเราะมาน กล่าวว่า ทั้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงคนหาของป่าซึ่งเป็นชาวไทยพุทธเสียชีวิต 6 คน และกราดยิงชาวบ้านในร้านน้ำชา เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างความเข้าใจผิด บาดหมาง สร้างความแตกแยกระหว่าง 2 ศาสนา เป็นสิ่งที่อันตรายมาก ดังนั้นทางฝ่ายรัฐและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจะต้องมาทำความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับประชาชนด้วยสันติวิธี







