
ท่าเรือรับมีสินบนหลังถูกแฉ
เอกชนปูดจ่ายส่วยใต้โต๊ะจริงปีละ450ล้าน
เอกชนปูดจ่ายส่วยใต้โต๊ะจริงปีละ450ล้าน
สหภาพฯวอนหารือแก้ไขร่วมกันเอกชนชี้มีส่วยท่าเรือ แต่ละปีจ่าย 450 ล้าน สหภาพฯ รับมีจริง แต่ไม่ทุกคน
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานที่ปรึกษาและกรรมการสมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออก และที่ปรึกษาสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย แถลงว่า มีพนักงานการท่าเรือบางกลุ่มมีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ หรือค่าส่วย จากผู้ประกอบการจริง แต่ละปีตกประมาณ 420-450 ล้านบาท โดยคำนวณจากแต่ละปีมีตู้สินค้านำเข้าและส่งออกเฉลี่ย 1.4 ล้านตู้ ผู้ประกอบการต้องจ่ายต้นทุนแฝงหรือส่วยตู้ละ 300 บาท
ทั้งนี้ ค่าเรียกผลประโยชน์มีตั้งแต่ ค่าผ่านเข้าใช้ท่าเรือ ค่ายกสินค้าจากรถขนส่งขึ้นเรือและลงจากเรือแต่ละครั้ง และประเมินว่าตลอด 16 ปีที่ผ่านมา กลุ่มรับผลประโยชน์เหล่านี้มีรายได้สูงถึง 6,400 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการเห็นว่าเป็นการทุจริตเงินจำนวนมาก หลังจากนี้จะไม่ยอมจ่ายเงินให้ขบวนการอีกต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการจ่ายค่าโอทีให้แก่พนักงานหน้าท่า และเป็นปัญหาขัดแย้งในการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เช่น เครนยกสินค้าหน้าท่า ที่เรือแต่ละลำใช้ 2 ตัว เจ้าหน้าที่ 6 คน แต่มีการเบิกโอทีจากการใช้เครนถึง 12 ตัว เป็นต้น ซึ่งสมาคมเคยร้องกับ ร.ต.วิโรจน์ จงชาณสิทโธ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เมื่อมาแก้ปัญหาก็ถูกกดดันให้ลาออก
ทั้งนี้ ในวันที่ 18 ก.พ. สมาคมผู้ประกอบการจะยื่นหนังสือร้องเรียนปัญหาส่วยในท่าเรือถึงประธานกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา เพื่อให้มีการสอบสวนและจัดการกับขบวนการเหล่านี้ต่อไป
ด้านนายอนันต์ รัตนพันธ์ ที่ปรึกษา สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย (สร.กทท.) กล่าวว่า ไม่ปฏิเสธเรื่องส่วยว่าไม่มีจริง แต่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่พนักงานทั้งหมดที่กระทำเช่นนั้น เรื่องนี้นายทองอยู่ ต้องเข้าใจหลักการปฏิบัติงานของ กทท. และผู้ประกอบการขนส่งด้วยว่า ที่ผ่านมารถบรรทุกมารับสินค้ากลางวัน แต่ไม่ยอมออกจากท่าเรือเพราะเหตุใด อีกทั้งยังมีเรื่องเรือเข้าออกไม่พร้อมกัน ทุกฝ่ายต้องเข้าใจวิธีการดำเนินงานของ กทท.ด้วย
“สาเหตุที่มีการรับส่วยกับปัญหาการทำงานล่วงเวลาไม่ใช่ประเด็นเดียวกัน เนื่องจากการทำงานล่วงเวลาเป็นไปตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจ ส่วนการรับส่วยส่วนหนึ่งมาจากการทำงานของผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเอง ที่ไม่ยอมเช่าเครนยกสินค้าเวลาที่เข้ามารับสินค้าผิดเวลา โดยมารับสินค้าช่วงกลางคืนแทน หรือเรียกกันว่าระบบตั๋วผี อาจเป็นเพราะผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกรงว่าจะมีการเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่ในการขนส่งสินค้าช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นที่ทราบกันทั่วไป” นายอนันต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน กทท. ทางสมาคมผู้ส่งสินค้าต่างๆ สามารถมาหารือเพื่อหาวิธีแก้ไขบนพื้นฐานของความเข้าใจในหลักเกณฑ์การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน กทท. ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการระบุว่า การให้บริการ กทท.ไม่ทันต่อการขนส่งสินค้านั้น คาดว่าในอีก 3 เดือนเมื่อ กทท.รับพนักงานเข้ามาปฏิบัติงานอีกกว่า 1,000 คน เชื่อว่าการให้บริการจะรวดเร็วยิ่งขึ้น
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ กทท. กล่าวว่า บอร์ด กทท.ได้ประชุมวาระพิเศษ โดยมีมติเห็นชอบกรณี ร.ต.วิโรจน์ ยื่นความประสงค์จะลาออก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. และแต่งตั้ง ร.อ.อิทธิชัย สุพรรณกุล รองผู้อำนวยการ สายบริหารทรัพยากรบุคคลและการเงิน กทท. รักษาการผู้อำนวยการ กทท. ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. เป็นต้นไป และการที่ ร.ต.วิโรจน์ ยื่นลาออกโดยสมัครใจ ทำให้ไม่ได้รับค่าชดเชย ส่วนสาเหตุที่มีผลในวันที่ 1 เม.ย. เพราะสัญญาจ้างให้ยื่นลาออกไม่น้อยกว่า 30 วัน







