posttoday
รัฐบาลมหากู้รวมศูนย์เบ็ดเสร็จ

รัฐบาลมหากู้รวมศูนย์เบ็ดเสร็จ

19 กุมภาพันธ์ 2556

เวลานี้รัฐบาลต้องการให้อุณหภูมิการเมืองอยู่ในความสงบเพื่อเป้าหมายสำคัญ คือ การใช้งบประมาณแก้ไขอุทกภัย 3.5 แสนล้านบาท

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

เวลานี้รัฐบาลต้องการให้อุณหภูมิการเมืองอยู่ในความสงบเพื่อเป้าหมายสำคัญ คือ การใช้งบประมาณแก้ไขอุทกภัย 3.5 แสนล้านบาท และงบประมาณก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้านบาท

อภิมหางบประมาณทั้งสองก้อนจะเดินหน้าไม่ได้เลย ถ้าการเมืองยังขัดแย้งกันอย่างรุนแรงอยู่ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมทุกทางไม่ให้ลามเผาไหม้ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเวลานี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปได้สวย

เริ่มที่งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท หลังจาก พ.ร.ก.กู้เงินวางแผนจัดการระบบน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ผ่านการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลก็พยายามเร่งสร้างผลงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 จะไม่เกิดซ้ำรอยอีก

ทว่า รัฐบาลกลับหนีไม่พ้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปได้ เมื่อหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะจนถึงบัดนี้ยังไม่เห็นเขื่อนหรือสิ่งปลูกสร้างที่แสดงให้เห็นว่าจะเป็นด่านปราการป้องกันมหาอุทกภัย กลับพบเพียงแค่โวหารจะทำโน่นทำนี่เท่านั้น

ล่าสุดรัฐบาลลบข้อครหาโดยประกาศว่าการก่อสร้างจะเริ่มนับหนึ่งได้ภายในเดือน เม.ย. ช่วยกลบเสียงนักวิจารณ์ลงไปบ้าง

ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2 ล้านล้านบาท “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ย้ำชัดเจนแล้วว่า ภายในเดือน มี.ค.นี้จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบก่อนที่จะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ประกาศใช้เพื่อเดินหน้ากู้เงินต่อไป

คาดว่าพรรคเพื่อไทยจะใช้เสียงข้างมากในฝ่ายนิติบัญญัติปั๊มกฎหมายฉบับนี้ออกมาได้ภายในปี 2556 เพื่อให้ทันแผนการก่อสร้างที่จะเริ่มขึ้นในปี 2557

โดยรัฐบาลวางแนวทางการใช้เงินก้อนนี้ไว้ 7 ปี (ปี 2556-2563) ภายใต้แนวทางการใช้เงิน 5 แนวทาง ประกอบด้วย

1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งด้วยระบบราง 1,185,692 ล้านบาท 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งทางบก 429,794 ล้านบาท 3.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งทางน้ำ 126,435 ล้านบาท 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งทางอากาศ 66,989 ล้านบาท และ 5.โครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ 392,786 ล้านบาท

สำหรับงบประมาณ 2 ล้านล้านบาท อาจมีเสียงท้วงติงไปบ้างว่า เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะให้กับประเทศในระดับใกล้เคียง 60% ต่อจีดีพี หรือไม่

แต่ถ้าเทียบกับวาทกรรมที่รัฐบาลผลิตซ้ำต่อสังคมว่า “ประเทศไทยกำลังจะมีรถไฟความเร็วสูง และโครงข่ายขนส่งสาธารณะเชื่อมโยงกันทั้งระบบ” ผนวกกับคำยืนยันของผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อเร็วๆ นี้ว่า

“ประเทศไทยมีทรัพย์สินสูงกว่าหนี้สิน การกู้เงินจะก่อหนี้เพียง 50% ต่อจีดีพีเท่านั้น”

ยิ่งเสริมความชอบธรรมให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งมากขึ้นอีกทาง และทำให้คำติเตียนเรื่องการก่อหนี้ไร้น้ำหนักไปในทันที

เมื่อเสียงนกเสียงกาที่ท้วงติงกฎหมายกู้เงินไม่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลแล้ว กฎหมายทั้งสองฉบับจึงเป็นประโยชน์ต่อการสถาปนาระบบอำนาจรวมศูนย์ไว้ที่พรรคเพื่อไทยไปโดยปริยาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีเม็ดเงินลงทุนจากรัฐบาลก้อนมหึมาขนาดนี้ ย่อมเป็นแม่เหล็กให้ภาคเอกชนวิ่งเข้าหาพรรคเพื่อไทยมากขึ้น ถ้าหวังจะขึ้นมาเกาะรถไฟขบวนนี้ แทบไม่ต้องคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะมีแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนขนาดไหน หลังจากรัฐบาลเริ่มหว่านงบประมาณเข้าไปในระบบ

ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยย่อมสามารถใช้งบประมาณเป็นกุญแจสำคัญต่อการขยายอิทธิพลทางการเมืองเข้าไปในพื้นที่ที่พรรคยังมีฐานไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก อย่างภาคใต้หรือหัวเมืองตามจังหวัดใหญ่ในแต่ละภูมิภาคด้วย

ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลแสดงความเอาจริงเอาจังกับการสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทาง “กรุงเทพฯ-เชียงใหม่” และสายอีสาน มากกว่าเส้นทางกรุงเทพฯ มุ่งลงสู่ภาคใต้ที่รัฐบาลจะนำร่องแค่ถึงหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น ทั้งที่ถ้าเทียบจาก “ระยะทาง-ปริมาณผู้โดยสาร-มูลค่าทางเศรษฐกิจ” แทบจะไม่มีความแตกต่างกัน

แบบนี้ความยากลำบากจะตกมาอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะมีหน้าตักอะไรไปสู้กับงบประมาณของพรรคเพื่อไทยเพื่อรักษาฐานเสียงของตัวเองเอาไว้

ทั้งหมดรัฐบาลหวังใช้งบประมาณสะสมคะแนนนิยมและอิทธิพลเพื่อนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2558 สืบทอดอำนาจในระยะยาวต่อไป

เว้นเสียแต่ว่าจะพบใบเสร็จแสดงความไม่โปร่งใสของรัฐบาลก่อน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน