
โลกมองไทย
เอจี โปรเฟสชันแนล ซึ่งเป็นนิตยสารทางด้านการเกษตรในสหรัฐ เปิดเผยบทบรรณาธิการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทยว่า อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ประเทศไทยต้องล้มละลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เอจี โปรเฟสชันแนล ซึ่งเป็นนิตยสารทางด้านการเกษตรในสหรัฐ เปิดเผยบทบรรณาธิการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทยว่า อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ประเทศไทยต้องล้มละลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ริช เกลเลอร์ บรรณาธิการนิตยสาร มองว่า นโยบายที่ภาครัฐกำหนดราคารับจำนำข้าวในราคาสูงกว่าตลาดนั้น อาจเป็นแรงผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยต้องเสี่ยงล้มละลายในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากรัฐบาลต้องรับภาระในการดูแลและจัดเก็บข้าวในโกดังที่เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังภาครัฐไม่สามารถขายข้าวในคลังได้ตามเป้า ส่งผลให้ปริมาณข้าวสารในคลังเพิ่มสูงถึง 17 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่ายอดส่งออกข้าวในแต่ละปีถึง 2 เท่าทีเดียว
นอกจากนี้ ผู้เขียนซึ่งเคยเดินทางมาไทยในฐานะแขกของพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นอีกว่า สาเหตุที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยยังคงภักดีต่อพรรครัฐบาล เนื่องจากนโยบายประชานิยมของภาครัฐ เช่น การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ส่งผลให้พวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้น โดยไม่สนใจว่าระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะได้รับความเสียหายมากแค่ไหนจากนโยบายประชานิยมเหล่านั้นอีกด้วย
นอกเหนือจากสถานการณ์ทางการเมืองแล้ว สื่อต่างชาติยังให้ความสำคัญกับประเด็นร้อนทางสังคมล่าสุด ภายหลังสายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัดของไทย ได้เผยแพร่ปฏิทินประจำปี 2556 โดยมีเหล่านางแบบในชุดว่ายน้ำวาบหวิว 12 คน ยืนเรียงแถวอยู่หน้าเครื่องบินของนกแอร์ สร้างความฮือฮาและเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงความเหมาะสมกันอย่างกว้างขวาง
เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นในสหรัฐ เปิดเผยบทความที่มีชื่อว่า “ปฏิทินสายการบินของไทยเซ็กซี่เกินกว่าภาครัฐจะรับได้” รายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกระแสตอบรับ จากทั้งภาครัฐและสังคม ที่มีความเห็นแตกต่างกันในครั้งนี้
รายงานอ้างความเห็นของ ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมของไทย ซึ่งมองว่า แม้การจัดทำปฏิทินในลักษณะดังกล่าว จะเป็นสิทธิของสายการบินในฐานะผู้ประกอบการที่จะดำเนินการได้ ทว่าการใช้เรือนร่างของผู้หญิงเป็นเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการตลาด จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ผู้หญิงไทยในทางที่ไม่ดี และอาจทำให้เกิดติดภาพในมุมลบในสายตาชาวต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม พาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ตอบโต้ถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางสายการบินไม่สนใจกระแสโจมตีจากภาครัฐที่กล่าวหาว่า ปฏิทินดังกล่าวไม่เหมาะสม เนื่องจากมองว่านางแบบเหล่านี้ไม่ได้เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของนกแอร์ จึงไม่ทำให้สายการบินและประเทศไทยเสียภาพลักษณ์
วันเดียวกัน สำนักข่าวอัลจาซีรา ได้เปิดเผยบทความตีแผ่ปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นไทย โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเด็กอาชีวะตีกัน ว่าสาเหตุเบื้องหลังส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นจากธรรมเนียมการรับน้องใหม่ของแต่ละโรงเรียนอาชีวะในไทย ที่รุ่นพี่มักปลูกฝังแนวคิดว่า การต่อสู้และใช้กำลัง คือวิธีการปกป้องเกียรติยศสถาบันและได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนและจากสถาบันอื่น ส่งผลให้ปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“นักศึกษาอาชีวะรู้สึกว่าตนเองต้องต่อสู้เพื่อปกป้องเกียรติของสถาบัน และเพื่อเป็นที่ยอมรับของเพื่อน จึงทำให้กลายเป็นวงจรอุบาทว์แห่งการแก้แค้นที่ไม่จบสิ้น ที่จะมีกลุ่มนักศึกษาสถาบันหนึ่งมาล้างแค้นอีกสถาบันหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับสงครามย่อยๆ” รายงานอ้าง พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล







