
ลดภาษีดึงธุรกิจจดทะเบียนม.ค.พุ่ง60%
อานิสงส์ลดภาษี ยอดบริษัทตั้งใหม่ทำสถิติสูงสุด ม.ค. เดือนเดียวพุ่ง 60% ขณะที่มีรายที่เจ๊งเพิ่ม 9%
อานิสงส์ลดภาษี ยอดบริษัทตั้งใหม่ทำสถิติสูงสุด ม.ค. เดือนเดียวพุ่ง 60% ขณะที่มีรายที่เจ๊งเพิ่ม 9%
กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการเดือน ม.ค. 2556 ปรากฏว่ามีอัตราเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมียอดตั้งบริษัทใหม่จำนวน 8,184 ราย เพิ่มขึ้นถึง 60% เทียบกับ ม.ค. 2555 และเพิ่มขึ้น 80% เทียบกับ ธ.ค. 2555 สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ปัจจัยที่ทำให้ยอดตั้งบริษัทใหม่เพิ่มสูงมากมาจากการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% เมื่อปี 2555 และในปีนี้กระทรวงการคลังจะลดภาษีลงอีกเหลือ 20% ทำให้ธุรกิจพร้อมเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากฐานการจดทะเบียนในช่วงเดือน ม.ค. 2555 ค่อนข้างต่ำกว่าปกติ เพราะธุรกิจยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์สถิติ พบว่าธุรกิจที่จดทะเบียนใหม่มีสัดส่วนถึง 94% เป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งมีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 5 ล้านบาท สะท้อนว่าภาวะเศรษฐกิจในปี 2556 มีแนวโน้มดีขึ้น
“บรรยากาศทางเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นให้มีการทำธุรกิจมากขึ้น และเชื่อว่าปีนี้จะมีบริษัทจดทะเบียนตั้งใหม่เพิ่มขึ้นจนทำลายสถิติอีก ส่วนการขึ้นค่าแรงงานไม่น่าจะทำให้ธุรกิจต้องเลิกกิจการ” นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าว
สำหรับการจดทะเบียนเลิกกิจการเดือน ม.ค. 2556 พบว่ามี 1,202 ราย เพิ่มขึ้น 9% เทียบกับ ม.ค. 2555 แต่ลดลง 68% จากเดือน ธ.ค. 2555 โดยนายณัฐวุฒิยืนยันว่าสาเหตุที่จดทะเบียนเลิกกิจการเพิ่มมากขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับการปรับขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท/วันทั่วประเทศ แต่เป็นเพราะผู้ประกอบการประสบปัญหาขาดทุน
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ประกอบการที่มาจดเลิกกิจการเดือน ม.ค. พบว่า 38% ไม่ประกอบกิจการ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจการค้าสลากที่มีระเบียบว่าต้องจดทะเบียนตั้งธุรกิจ แต่เมื่อไม่ได้โควตาค้าสลากก็ต้องเลิกกิจการไป อีก 26% เลิกกิจการเพราะขาดทุน ส่วน 26% ได้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และ 10% เลิกกิจการด้วยสาเหตุอื่น เช่น หุ้นส่วนถอนหุ้น ตาย
ปัจจุบันมีห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดทั่วประเทศ 5.34 แสนราย ทุนจดทะเบียนรวม 10.71 ล้านบาท แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 3.64 แสนราย บริษัทมหาชน 986 ราย และห้างหุ้นส่วนฯ 1.69 แสนราย







