
ตอบให้ได้ก่อน
รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้กระทรวงสาธารณสุขโดย นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศดำเนินยุทธศาสตร์ทำประเทศไทยเป็นเมดิคัลฮับ เพราะนโยบายเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างกว้างขวาง
รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้กระทรวงสาธารณสุขโดย นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศดำเนินยุทธศาสตร์ทำประเทศไทยเป็นเมดิคัลฮับ เพราะนโยบายเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างกว้างขวาง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ จะประกาศนโยบายดังกล่าว โดยมีแผนที่จะยกเว้นการตรวจวีซ่าให้แก่ชาวอาหรับ 6 ประเทศ ที่เดินทางมารับบริการด้านการแพทย์ในประเทศไทย จากนั้นมีแผนจะขยายให้สิทธิพิเศษนี้แก่ประเทศอื่นอีกรวม 21 ประเทศ
แน่นอนว่าหากจะให้เป็นไปตามแผนที่ระบุไว้ กระทรวงสาธารณสุขต้องทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีให้เห็นชอบเรื่องการงดเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีพิจารณาเฉพาะประเด็นเช่นว่า ก็จะไม่เห็นผลกระทบในภาพรวมว่า นโยบายเมดิคัลฮับจะส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพความเป็นอยู่ของประชาชน
กระทรวงสาธารณสุขมีแผนมาหลายปีแล้วว่าจะดำเนินการตามแผนดังกล่าว และได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากพื้นที่ต่างๆ หลายภาค ซึ่งปรากฏว่ามีทั้งผู้เห็นด้วยและผู้ไม่เห็นด้วย รวมถึงมีผู้ท้วงติงให้รอบคอบก่อนจะประกาศออกไปอย่างเป็นทางการ
ประเด็นที่ผู้ทักท้วงและคัดค้านได้ให้ความเห็นไว้ ส่วนใหญ่จะระบุตรงกัน คือ ถ้าโรงพยาบาลเอกชนจะชูจุดขายเช่นว่าเพื่อเรียกลูกค้าจากต่างประเทศมาใช้บริการในเมืองไทยทุกฝ่ายควรสนับสนุน เพราะไม่มีใครเสียประโยชน์ มีแต่จะได้ประโยชน์กันถ้วนหน้าไม่ว่า แต่ในทางกลับกันถ้าทำโรงพยาบาลของรัฐเป็นเมดิคัลฮับ คนไทยจะเสียเปรียบมาก
เสียประโยชน์เพราะนโยบายเมดิคัลฮับจะทำให้สถานบริการด้านการแพทย์แย่งกันดึงบุคลากรทางการแพทย์ไปอยู่ในสังกัด ซึ่งจะทำให้ค่าตอบแทนของบุคลากรด้านนี้สูงขึ้น แล้วปัจจัยนี้จะไปทำให้ค่ารักษาพยาบาลของคนไทยสูงขึ้น ในขณะที่จะมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สำหรับคนไข้ชาวไทยน้อยลง ที่ผ่านมาแม้ไม่มีการประกาศนโยบายนี้ ก็มีตัวเลขจำนวนครั้งที่คนต่างชาติเข้ามารับการรักษาสูงถึง 2 ล้านครั้งแล้ว
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้เสนอข้อห่วงใยเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรีรับรองมาแล้ว ฉะนั้นควรจะนำมติดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วย
นโยบายเมดิคัลฮับเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ถ้าจะทำให้เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ ต้องประกาศเป็นนโยบายของรัฐบาล และรัฐบาลต้องตอบประชาชนให้ได้ก่อนว่า สุขภาพความเป็นอยู่ของคนไทยไม่สำคัญเท่าคนต่างชาติหรืออย่างไร และทำไมต้องเอาทรัพยากรคนไทยไปรักษาคนต่างชาติ
ถ้าตอบไม่ได้ ควรจะยุติเรื่องนี้ไว้ก่อนในทันที







