
จับสาวยัดยาใส่ช่องคลอดส่งขาย
ตำรวจโคราชจับสาวยัดยาช่องคลอดพร้อมยึดของกลาง 800 เม็ด และไอซ์ 6 กรัม
ตำรวจโคราชจับสาวยัดยาช่องคลอดพร้อมยึดของกลาง 800 เม็ด และไอซ์ 6 กรัม
พ.ต.อ.ครรชิต รัตนชูวงค์ ผกก.สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แถลงผลรจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย น.ส.อมรรัตน์ ชาญสูงเนิน น.ส.ศิริพร บุตรดี น.ส.นวลปรางค์ ประจันนวล และนายพิทักษ์ คนโท ค้ายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 876 เม็ด และยาไอซ์ อีก 6 กรัม
สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีแก๊งค้ายาบ้าขนยาบ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ จึงวางแผนใช้สายเข้าล้อซื้อเมื่อถึงเวลานัดหมายกันที่เขตรอยต่อ อ.สี่คิ้ว เมื่อถึงเวลานัดหมาย น.ส.อมรรัตน์ และ น.ส.ศิริพร ขับรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีดำ ทะเบียน ผม 3916 นครราชสีมา มาจอดยังจุดนัดหมายเพื่อส่งมอบยาบ้าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นผู้ติดต่อขอซื้อยา จึงแสดงตัวเข้าจับกุมเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างไร จนกระทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงได้ทำการตรวจที่บริเวณช่องคลอดปรากฏว่ามียาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกโดยมีเทปดำพันห่อหุ้มไว้ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องคลอด สุดท้ายน.ส.อมรรัตน์ ก็รับสารภาพว่าได้ยัดยาบ้า จำนวน 840 เม็ดไว้ในช่องคลอด จึงนำออกมา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจับเพื่อนร่วมแก๊งเพิ่มอีกคือน.ส.นวลปรางค์ ประจันนวล และนายพิทักษ์ คนโท ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่นั้น น.ส.อมรรัตน์ ได้พยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่โดยเสนอจ่ายเงิน 1 แสนบาท ให้ตำรวจชุดจับกุม เพื่อแลกกับการปล่อยตัวตำรวจจึงแจ้งข้อหาข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานเพิ่มอีก 1 ข้อหา ส่วน น.ส.อมรรัตน์ เคยถูกจับกุมข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่ายเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2553 และอยู่ระหว่างการประกันตัวขั้นศาลสู้คดีอยู่ก็มาถูกจับกุมอีกครั้ง
น.ส.อมรรัตน์ ให้การรับสารภาพว่า รับยาบ้ามาจากนายหนึ่ง และนายบีโดยมีเพื่อนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำแห่งหนึ่งเป็นคนสั่งยาบ้าและยาไอซ์ ให้ ส่วนเธอและเพื่อนร่วมแก๊งมีหน้าที่นำยาบ้า ยาไอซ์ มาขาย โดยการขนส่งยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าในแต่ละครั้งเพื่อนที่เป็นผู้หญิงจะนำยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ้อนยัดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นและถูกจับกุมดังกล่าวซึ่งยอมรับว่าทำมาหลายครั้ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมทั้งจะเร่งติดตามผู้ที่ร่วมเครือข่ายที่ยังคงหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







