posttoday
พรบ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

พรบ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

05 กุมภาพันธ์ 2556

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่า อาจจะมีการปรับปรุง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพื่อเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศมากขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่า อาจจะมีการปรับปรุง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพื่อเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศมากขึ้น

เห็นข่าวแล้วก็ละเหี่ยใจครับว่าถ้าข่าวนี้เป็นจริงแสดงว่าผู้มีอำนาจหรือสื่อมวลชนเองก็ยังไม่เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของกฎหมายฉบับนี้ โดยยังมีความเชื่อว่า ถ้าอยากให้คนต่างด้าวเข้ามาลงทุนในประเทศนี้มากขึ้น จะต้องแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้คนต่างด้าวเข้ามาลงทุนสะดวกขึ้น

ความจริง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าออกมาเพื่อสงวนธุรกิจบางประเภทที่กระทบถึงความมั่นคงและความปลอดภัยของรัฐ หรือธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมจะแข่งขันได้ ให้คนไทยเท่านั้น มิฉะนั้นจะกระทบถึงความมั่นคงของประเทศและความเป็นอยู่ของคนไทย

ธุรกิจที่ว่าจะกำหนดไว้ในบัญชี 3 บัญชีท้าย พ.ร.บ. โดยธุรกิจในบัญชีที่ 1 มีอยู่ 9 ประเภท จะไม่ให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจ เช่น การทำหนังสือพิมพ์ การทำป่าไม้ การค้า ขายทอดตลาดโบราณวัตถุของไทยและการค้าที่ดิน เป็นต้น ประเภทนี้เรียกว่าธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบด้วยเหตุผลพิเศษ

ส่วนธุรกิจอีกประมาณ 14 ประเภท เช่น การผลิตอาวุธปืน และกระสุนปืน ดินระเบิด การผลิตเครื่องไม้แกะสลัก ฯลฯ ซึ่งรวมเรียกว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี หัตถกรรมพื้นบ้าน หรือทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจะถูกจัดให้อยู่ในบัญชี 2 ธุรกิจในบัญชีนี้ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจพิจารณาอนุมัติตามมติของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

ส่วนธุรกิจในบัญชีสุดท้ายคือ บัญชี 3 มีอยู่ 21 ประเภทด้วยกัน อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีอำนาจอนุมัติตามมติของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวประกอบด้วยธุรกิจ เช่น การทำบัญชี ผลิตปูนขาว เป็นนายหน้าตัวแทน การขายทอดตลาด การค้าปลีก การโฆษณา ฯลฯ

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ธุรกิจที่ประเทศไทยสงวนไม่ให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจจริงมีอยู่เพียง 9 ประเภทในบัญชี ส่วนที่เหลือในบัญชี 2 และ 3 ถ้าอยากทำก็สามารถขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ได้อยู่แล้ว

ส่วนธุรกิจอื่นใดที่ไม่อยู่ในบัญชีทั้ง 3 บัญชี คนต่างด้าวอยากเข้ามาประกอบธุรกิจใดสามารถเข้ามาทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ถ้าไม่ติดขัดกฎหมายฉบับอื่น เช่น พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจโทรคมนาคม และ พ.ร.บ.ที่ดิน เป็นต้น

สำหรับเหตุผลก็ชัดเจนในตัวเองว่า ทำไมถึงห้ามไม่ให้คนต่างด้าวเข้ามาทำนาแข่งกับคนไทย ทำไมไม่ต้องการให้คนต่างด้าวเข้ามาออกหนังสือพิมพ์ ทำสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ทำป่าไม้ สกัดสมุนไพรไทย ค้าโบราณวัตถุของไทย และค้าที่ดินในประเทศไทย

ปัญหาก็อยู่ตรงนี้แหละครับว่า คนต่างด้าวบางคนต้องการเข้ามาทำธุรกิจเหล่านี้ และเมื่อกฎหมายห้ามก็สมคบกับคนไทยขายชาติ เปิดบริษัทนอมินีบ้าง ประกอบธุรกิจในนามคนไทยบ้าง ให้คนไทยถือกรรมสิทธิ์แทนบ้างเพื่อเลี่ยงกฎหมาย

แล้วอย่างนี้กฎหมายฉบับนี้จะเป็นอุปสรรคในการลงทุนอย่างไร ถ้าคนต่างด้าวไม่อยากหลีกเลี่ยงกฎหมายเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่เราสงวนไว้ เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติและประชาชน

แต่กฎหมายฉบับนี้มีจุดโหว่คือ คำนิยามของคำว่า “คนต่างด้าว” นั้นให้ดูจากการถือหุ้นว่าคนต่างด้าวถือหุ้นอยู่เกินกว่าร้อยละ 50 หรือไม่ ถ้าไม่ บริษัทที่ตั้งขึ้นก็จัดว่าเป็นนิติบุคคลไทยมีสิทธิที่จะประกอบธุรกิจอะไรก็ได้โดยไม่ถูกควบคุม รวมทั้งธุรกิจที่สงวนไว้ในกฎหมายอื่น เพราะเผอิญกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายฉบับเดียวที่มีนิยามคำว่า “คนต่างด้าว” เอาไว้

เพราะฉะนั้นสิ่งที่คนต่างด้าวหรือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากคนต่างด้าวที่ปลอมตัวเป็นไทย โดยให้คนไทยถือหุ้นหรือถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแทนอย่าให้เกินร้อยละ 50 ของเงินทุนจดทะเบียนต่อต้านที่สุดคือ อย่าให้แก้ไขคำนิยามให้เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันการใช้ระบบนอมินีเข้ามาประกอบธุรกิจที่ทางการไทยสงวนไว้ ส่วนธุรกิจที่สงวนไว้โดยเฉพาะธุรกิจในบัญชีที่ 1 เขาก็ทราบว่าปืนนำขึ้นมาพูดให้ยกเลิกการสงวนคงถูกถลกหนังแน่ว่าจะเข้ามาทำนายึดที่มาชาวนาไทยอย่างนั้นหรือ จึงออกไปในทางที่จะไม่ให้แก้ไขคำนิยามแทนจะได้ใช้นอมินีเข้ามาประกอบธุรกิจได้โดยง่าย

ตรงนี้แหละครับ ทำให้ทำไมคนต่างด้าวถึงเข้ามาประกอบธุรกิจวิทยุโทรทัศน์ดาวเทียม ทำนา ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ทำป่าไม้ แปรรูป ไม้จากป่าธรรมชาติ สกัดสมุนไพรไทยและค้าที่ดิน เป็นเจ้าของโรงแรมทั้งจังหวัดหรือทั้งเกาะไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งๆ ที่กฎหมายระบุไว้ชัดเลยว่า ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจด้วยเหตุผลพิเศษใครก็อนุญาตไม่ได้

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางราชการควรทำก็คือ รีบปรับปรุงคำนิยมให้เข้มงวดขึ้น เพื่อไม่ให้คนต่างด้าวที่ไม่สุจริตแปลงตัวเป็นไทยเข้ามาประกอบธุรกิจที่ต้องการสงวนไว้ ยิ่งจะเปิดเขตการค้าเสรีก็ยิ่งต้องรีบปรับปรุง ไม่ให้มีการปลอมแปลงแต่งตั้งนอมินีเข้ามาประกอบธุรกิจ

ส่วนถ้าอยากส่งเสริมให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีทั้ง 3 บัญชี ก็ควรทบทวนผลกระทบของธุรกิจที่สงวนไว้อย่างจริงจังว่ายังสมควรสงวนไว้หรือไม่ ถ้าคิดว่ายังจำเป็นก็เป็นสิทธิของเราที่จะสงวนไว้ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ยกเลิกไปเสีย

ที่แย่ที่สุดคือ กำหนดธุรกิจบางประเภทไว้ในกฎหมายว่าเป็นธุรกิจสงวน แต่เปิดโอกาสให้คนต่างด้าวปลอมตัวเป็นไทยเข้ามาใช้สิทธิของคนไทยประกอบธุรกิจที่กฎหมายไทยสงวนไว้ได้ทุกประเภท

อย่างนี้เป็นธรรมต่อคนไทย ประเทศไทย และคนต่างด้าวที่เคารพกฎหมายไทย ไม่ส่งเสริมระบบนอมินีเลยเสียโอกาสให้คู่แข่งที่ไม่สุจริตถือโอกาสใช้นอมินีแทนเข้ามาประกอบธุรกิจไหมครับ

เรื่องของกฎหมายฉบับนี้ยิ่งพูดยิ่งเซ็งครับ ไม่มีใครยอมแพ้เพราะผลประโยชน์จากการร่วมมือกับคนต่างด้าวที่ปลอมตัวเข้ามามัดมือ มัดเท้า และปิดปากของคนไทยที่เกี่ยวข้อง จนคนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจที่สงวนไว้ไม่มีพื้นที่เหลือให้คนไทยทำแล้ว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน