
จับแก็งยาไอซ์ใหญ่สุดในภาคตะวันออก
ตำรวจระยองจับแก๊งค้ายาไอซ์ชาวมาเลย์ น้ำหนัก 30กก.เผยหากหลุดรอดไปได้จะมีมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท
ตำรวจระยองจับแก๊งค้ายาไอซ์ชาวมาเลย์ น้ำหนัก 30กก.เผยหากหลุดรอดไปได้จะมีมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท
ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 อ.เมือง จ.ชลบุรี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันทน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมแก๊งยาไอซ์ข้ามชาติ โดยได้ยาไอซ์ น้ำหนัก 30 กิโลกรัม
การจับกุมได้ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล กำหนดให้ปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานี เข้มงวดกวดขันและออกกวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง
พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในอำเภอเมือง จังหวัดระยอง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดระยองไปเฝ้าสังเกตการณ์ ภายในโรงแรมที่ได้รับแจ้ง พอถึงเวลานัดหมาย ได้มี นายยศวีร์ หรือ ( เอ ) กุลลิมปไพศาล ได้ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ หมายเลขทะเบียน ฎว-2670 กรุงเทพมหานคร มาที่โรงแรม
ในจังหวะนั้นได้มี MR .YAW KIM LION ( ยาว คิม เหลียง ) และ MR. SOO MAY LOONG (ซู เม ลุง) เดินลงมาจากภายในโรงแรม และมารับยาเสพติด ซึ่งบรรจุในกล่องพัสดุไปรษณีย์ จำนวน 3 กล่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาว ห่อด้วยกระดาษสีเหลืองเป็นก้อน หนักก้อนละ 1 กิโลกรัม จำนวน 30 ก้อน รวมน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไว้ ประกอบด้วย 1.นายยศวีร์ หรือ เอ กุลลิมปไพศาล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 ถ.ลำพูน ต.วัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. 2. MR .YAW KIM LION ( ยาว คิม เหลียง ) สัญชาติมาเลเซีย อายุ 46 ปี และ 3. MR. SOO MAY LOONG (ซู เม ลุง) สัญชาติมาเลเซีย อายุ 51 ปี
ส่วนของกลาง คือ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาว ห่อด้วยกระดาษสีเหลืองเป็นก้อน หนักก้อนละ 1 กิโลกรัม จำนวน 30 ก้อน รวมน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ หมายเลขทะเบียน ฎว-2670 กรุงเทพมหานคร 1 คัน , เงินสด ประเทศไทย จำนวน 50,120 บาท , เงินสด สกุลสิงคโปร์ จำนวน 86 ริงกิต , เงินสด สกุลดอลลาร์ จำนวน 1 ดอลลาร์ ,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง และ บัตรเครดิต และบัตรชนิดต่างๆ รวมจำนวน 11 ใบ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.วินัย กล่าวต่อไปว่า การจับยาเสพติดของ แก๊งคนร้ายข้ามชาติในครั้งนี้ ถือว่าเป็นรายใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก มีมูลค่าทั้งสิ้น 90 ล้านบาท แต่หากหลุดรอดไปได้ และนำไปจำหน่ายที่ประเทศมาเลเซีย จะมีมูลค่าถึง 180 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับกุมไว้ได้







