posttoday
ปูลั่นกู้2ล้านล้านก่อหนี้ไม่ถึง50%

ปูลั่นกู้2ล้านล้านก่อหนี้ไม่ถึง50%

27 มกราคม 2556

“ยิ่งลักษณ์” เดินหน้ากู้ 2 ล้านล้าน มั่นใจก่อหนี้ไม่เกิน 50% ของจีดีพี

“ยิ่งลักษณ์” เดินหน้ากู้ 2 ล้านล้าน มั่นใจก่อหนี้ไม่เกิน 50% ของจีดีพี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานว่า การกู้เงินจำนวน 2 ล้านล้านบาท ที่จะออกมาเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา มั่นใจว่าจะไม่ก่อหนี้สาธารณะเกิน 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยได้กำชับให้กระทรวงการคลังยึดหลักรักษาวินัยการเงินการคลัง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า แหล่งเงินกู้จะมาจาก 2 ส่วน คือ การกู้เงินภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งจะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนด้วย ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจะพยายามหาแหล่งเงินกู้ที่มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีต้นทุนที่ต่ำที่สุด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการดำเนินการไม่น่าจะมีปัญหา เพราะการเสนอกฎหมายกู้เงินครั้งนี้ต้องผ่านการตรวจสอบจากสภา

“การลงทุนครั้งนี้จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน และการกระจายระหว่างคนที่มีรายได้น้อยกับรายได้มาก นอกจากนั้นก็จะทำให้เศรษฐกิจต่างๆ ดีขึ้น หลังจากมีถนนหนทางที่ดี มีรถไฟ นักท่องเที่ยวก็จะเข้ามาเที่ยว นักธุรกิจก็พร้อมจะลงทุน” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวเสริมว่า รัฐบาลไม่ได้ละเลยระบบตรวจสอบ เพราะจะเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องว่างการทุจริต นอกจากนี้จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่จะมีสัดส่วนจากภาคประชาชนด้วย เพื่อให้มาร่วมติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบการดำเนินโครงการให้เกิดความโปร่งใส และสร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่าย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะต้องไม่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้นั้นต้องผ่านกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ก่อน และต้องเป็นไปอย่างเข้มข้นทุกขั้นตอนตามกฎหมาย โดยจะไม่มีการลัดขั้นตอนเด็ดขาด จึงอยากขอให้ประชาชนวางใจได้

“เราพยายามเปลี่ยนโหมดจากรถยนต์มาเป็นรถไฟ เพราะว่ารถยนต์เป็นตัวที่ทำมลภาวะสูงสุด ปัจจุบันตัวเลขที่เรามีคือ เราเสียเงินกับสุขภาพ เรื่องไอพิษมากกว่า 8,000 ล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้นโหมดของรถไฟจะเป็นโหมดที่ปล่อยมลพิษน้อยที่สุด” นายชัชชาติ กล่าว

รมว.คมนาคม กล่าวว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานของไทยมีจุดอ่อนมาก ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 15.2% ต่อจีดีพีถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในระดับ 10-13% เท่านั้น ดังนั้นการลงทุนรอบนี้น่าจะช่วยให้ต้นทุนลดลงมาได้ประมาณ 2% หรือคิดเป็นเงินมากกว่าแสนล้านบาทเลยทีเดียว

“ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานเราไม่ดี แต่จีดีพีก็ยังโต 4–5% ในทางกลับกัน ถ้าไทยมีโครงสร้างที่ดีแล้ว เชื่อว่าจะสามารถดึงนักลงทุนได้อีกมาก” นายชัชชาติ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI