
สืบจากมอเตอร์ไซค์ ปิดคดีปล้นร้านสะดวกซื้อ
ร้านสะดวกซื้อตกเป็นเป้าหมายการก่ออาชญากรรมมาตลอด ล่าสุดช่วงระหว่างวันที่ 15-17 ม.ค.ที่ผ่านมา
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
ร้านสะดวกซื้อตกเป็นเป้าหมายการก่ออาชญากรรมมาตลอด ล่าสุดช่วงระหว่างวันที่ 15-17 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ย่านบางนา ประเวศ บางพลี พระราม 2 บางมด และสุขสวัสดิ์ เป็นว่าเล่นถึง 7 แห่ง
ตำรวจต้องตามล่าคนร้ายกันให้ควั่ก เพราะถือว่าลงมืออุกอาจ ใช้มีดพกสั้นเพียงเล่มเดียวข่มขู่พนักงาน
พื้นฐานการสืบสวน เริ่มจากการดูภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งทำให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 7 แห่งคือคนร้ายเป็นรายเดียวกันแน่นอน
“เราพบภาพรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง จอดไว้บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุทั้ง 7 แห่ง เราจึงเริ่มสืบจากจุดนี้ไปด้วย” พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) เล่าถึงวิธีการสืบสวนคนร้ายรายนี้
พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เล่าถึงการสืบสวนแกะรอยคนร้ายจากรถจักรยานยนต์ว่า รถคันนี้น่าจะเป็นของคนร้าย ตำรวจจึงตีวงแคบหาข้อมูลเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ และทราบมาว่าเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปลายปี 2555 ส่วนใหญ่ยังไม่มีป้ายทะเบียน จึงติดต่อไปยังศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์ของฮอนด้า และพบว่ารุ่นนี้มีจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 1,500 คัน
“พื้นที่ที่คนร้ายก่อเหตุมากที่สุดคือย่านอุดมสุข เราจึงลองถามไปยังดีลเลอร์ที่ขายรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ พบว่า มีอยู่ 20 คันที่ร้านจำหน่ายออกไป เมื่อตำรวจได้รายชื่อมา จึงเริ่มแกะทีละรายชื่อตรวจสอบว่าใครน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีปล้นมากที่สุด”
ผู้การนัยวัฒน์ อธิบายอีกว่า สุดท้ายในรายชื่อ 20 คน เราไปเจอชายคนหนึ่งตามข้อมูลของดีลเลอร์ ที่ตรงกับรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายตามภาพจากกล้องวงจรปิดร้านสะดวกซื้อ ชื่อว่า นายนพดล กรดนวม หรือโก้ อายุ 21 ปี มาซื้อรถเมื่อช่วงปลายปี 2555 ก็คิดว่าต้องใช่แน่ๆ กระทั่งไปตรวจสอบประวัติย้อนหลังก็พบว่านายโก้คนนี้ เคยต้องคดีลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และยังเคยทำงานที่ร้านเซเว่นฯ แต่ถูกไล่ออกด้วยพฤติกรรมเข้าข่ายน่าสงสัย ตำรวจเลยเอากำลังไปจับกุมที่ห้องพักย่านอุดมสุขทันที
“เราเอากำลังไปวาง และจับกุมได้เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ห้องพัก ขณะที่เจ้าตัวกำลังพักผ่อนอยู่ และนำตัวมาสอบสวนก็รับสารภาพทันที ระบุว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุเองเพียงคนเดียว ที่ทำลงไปเพราะต้องการนำเงินไปจ่ายค่าเช่าห้องพัก และจ่ายค่างวดรถจักรยานยนต์ที่ยังผ่อนอยู่” ผบก.น.4 เล่า
ขณะที่คำเตือนถึงพนักงานของร้านสะดวกซื้อจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล แนะนำว่า หากพบว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาปล้นเงินภายในร้าน ให้พยายามตั้งสติ จดจำรูปพรรณสัณฐาน เก็บข้อมูลทุกอย่าง ทั้งรถที่ใช้ เดินมาจากทิศทางไหน และอย่าขัดขืนเพราะคนร้ายอาจทำร้าย และให้รีบแจ้งตำรวจโดยเร็วที่สุด







