posttoday
โซเชียลมีเดียบุกมาลีนนท์รณรงค์บอยคอตช่อง3

โซเชียลมีเดียบุกมาลีนนท์รณรงค์บอยคอตช่อง3

14 มกราคม 2556

กลุ่มเครือข่าย “รณรงค์แบนช่อง 3 กรณีถอดละครเหนือเมฆ 2 สนองคำสั่งนักการเมือง” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนบนโลกออนไลน์ประมาณ 100 คน ได้มาชุมนุมหน้าอาคารมาลีนนท์ วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงจุดยืนกรณีที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ระงับการออกอากาศละคร “เหนือเมฆ 2”

กลุ่มเครือข่าย “รณรงค์แบนช่อง 3 กรณีถอดละครเหนือเมฆ 2 สนองคำสั่งนักการเมือง” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนบนโลกออนไลน์ประมาณ 100 คน ได้มาชุมนุมหน้าอาคารมาลีนนท์ วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงจุดยืนกรณีที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ระงับการออกอากาศละคร “เหนือเมฆ 2”

ผู้ชุมนุมอ่านแถลงการณ์ว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจทีมงานเหนือเมฆ 2 และเปิดประเด็นอำนาจมืดบางอย่างกำลังคุกคามและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชนมาตรา 45, 46, และมาตรา 47

นอกจากนี้ ยังต้องการเปิดประเด็นการขาดจริยธรรมและธรรมาภิบาลของช่อง 3 การชี้แจงของช่อง 3 เข้าข่ายปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงขาดความโปร่งใส อีกทั้งเรียกร้องให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ปรับลดระดับธรรมาภิบาลของช่อง 3 สู่ระดับต่ำสุด

ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ที่ซื้อโฆษณาช่อง 3 ถอนโฆษณา หรือหยุดชำระค่าโฆษณาเป็นการชั่วคราว โดยภายใน 1 สัปดาห์ต่อจากนี้ หากยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จะเริ่มรณรงค์มาตรการต่อต้านทางสังคมผ่านสื่อออนไลน์ ด้วยการประกาศงดชมรายการข่าวและละครทางช่อง 3 รวมถึงลดการบริโภคสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาผ่านทางช่อง 3

ทั้งนี้ บริสุทธิ์ บูรณะสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของช่อง 3 ได้ลงมารับหนังสือแถลงการณ์ พร้อมชี้แจงว่า สาเหตุที่ยุติการออกอากาศละครดังกล่าวเป็นไปตามที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้ คือมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสม ไม่เกี่ยวกับการสอบสัมปทานของช่อง

วันเดียวกันสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง “เหนือเมฆ 2” บทบาทและความรับผิดชอบของสื่อต่อสังคม โดย เสรี วงษ์มณฑา ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน กล่าวว่า ช่อง 3 เป็นองค์กรที่ไม่ควรทำหน้าที่หาเงินอย่างเดียว ทั้งที่ถูกเรียกว่าเป็นสื่อมวลชนที่ต้องมีความรับผิดชอบ มีกฎหมายให้ความคุ้มครองไว้อยู่แล้ว ดังนั้นสื่อมวลชนต้องมีศักดิ์ศรี แต่ช่อง 3 ลืมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ไปแล้ว

“ละครเป็นสิ่งที่เข้าถึงทุกบ้าน ทำให้เกิดเรตติ้งสูงเป็นหลักล้าน ฉะนั้นช่อง 3 ควรมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ จึงขอฝากไปยังผู้บริหารสถานี ไม่ควรมาบอกประชาชนว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่ ผู้คนจะประเมินเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีใครมาบีบบังคับ” เสรี กล่าว

เสรี แนะว่า สิ่งที่ผู้บริหารสถานีต้องทำต่อจากนี้ คือยอมรับว่าตัวเองทำอะไรพลาดไป ตามมาด้วยการขอโทษและแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง ไปจนถึงความคาดหวังว่าต่อไปในอนาคตจะทำอะไรให้ดีที่สุด

นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล อดีตผู้ดำเนินรายการชูรักชูรส กล่าวว่า ในมุมมองด้านจิตวิทยา การที่ประชาชนโกรธการกระทำของช่อง 3 นั้น เกิดจากการที่ประชาชนกำลังทวงสิทธิเสรีภาพ แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สังคมไทยให้อภัยได้ ถ้าหากช่อง 3 ยอมรับตัวเองว่าทำผิดพลาด เชื่อว่าจะมีความเป็นสง่ามากกว่านี้ การขอโทษไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ

วีระพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่ประชาชนไม่ควรยอม คือ ปล่อยให้ช่อง 3 ทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้ต่อไป

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน