posttoday
สธ.ลุยให้ความรู้สร้างหมู่บ้านปลอดโรคเรื้อรัง

สธ.ลุยให้ความรู้สร้างหมู่บ้านปลอดโรคเรื้อรัง

10 มกราคม 2556

"ชลน่าน"สั่งกองสุขศึกษาให้ความรู้ประชาชนหวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหมู่บ้าน-โรงเรียนสร้างสุขบัญญัติแก้โรคเรื้อรัง

"ชลน่าน"สั่งกองสุขศึกษาให้ความรู้ประชาชนหวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหมู่บ้าน-โรงเรียนสร้างสุขบัญญัติแก้โรคเรื้อรัง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของประชาชน มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยทั้งชนิดเห็นผลรวดเร็ว เช่น โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสะอาดอนามัยส่วนบุคคลด้วย และชนิดที่ค่อยๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่คนไทยป่วยมากที่สุด 4 โรคได้แก่ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง

ทั้งนี้ จากสถิติในปี 2554 มีผู้ป่วยจากโรคดังกล่าวเข้ารักษาในโรงพยาบาล 1.5 ล้านราย โยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรม 5 เรื่องได้แก่ 1.ความอ้วน  2.รับประทานผัก - ผลไม้น้อย  3.ขาดการออกกำลังกาย  4.สูบบุหรี่  และ 5.ดื่มสุรา โดยคาดว่ามีผู้ที่เสี่ยงจะป่วยจากโรคดังกล่าวเพิ่มอีก 12 ล้านคน

นายชลน่าน กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเร่งให้ความรู้ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน 2 กลุ่ม คือประชาชนทั่วไป ให้มีหมู่บ้านปลอดโรคเรื้อรัง 4 โรค และโรงเรียนสุขภาพดีด้วยสุขบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติการดูแลสุขภาพพื้นฐาน สามารถป้องกันการเจ็บป่วยได้  เช่น ความสะอาดร่างกาย ความสะอาดเล็บมือ เล็บเท้า การแปรงฟัน การออกกำลังกาย การไม่บริโภคสิ่งเสพติดต่างๆ การรับประทานอาหารที่สมดุล พร้อมทั้งขอเชิญชวนให้ผู้ปกครองและเด็กๆ ใช้วันเด็กแห่งชาติ เป็นปฐมฤกษ์ของการปฏิบัติตัวตามสุขภาพบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ เพื่อการมีสุขภาพดี

ด้าน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ผลสำรวจพฤติกรรมสุขภาพประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปและนักเรียนอายุ 6-15 ปี ใน 8 จังหวัด ได้แก่ จ.ลำปาง พิจิตร  สระบุรี กาญจนบุรี นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ตรัง และสงขลา โดยล่าสุดในเดือน ก.ค. 2555 พบประชาชนวัย 15 ปีขึ้นไปและนักเรียนประถมศึกษากว่า 25% มีพฤติกรรมบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย ไม่ผ่านเกณฑ์ที่มีผลต่อการมีสุขภาพดี โดยพบว่า 72% ยังเข้าใจผิดว่า ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงต้องกินยาลดความดันทุกราย

"กรมจึงมีเป้าหมายในการสร้างหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ลดโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด ทุกจังหวัดรวม  308 หมู่บ้าน โดยดำเนินการในโรงเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น เพื่อพัฒนาหลักสูตร องค์ความรู้ คู่มือ กิจกรรมรณรงค์ต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้นได้"น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI