
โลกมองไทย
นับเป็นประเด็นร้อนที่ถูกกล่าวขวัญถึงอย่างต่อเนื่อง สำหรับนโยบายประชานิยมปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทของรัฐบาลไทย ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่เมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา
นับเป็นประเด็นร้อนที่ถูกกล่าวขวัญถึงอย่างต่อเนื่อง สำหรับนโยบายประชานิยมปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทของรัฐบาลไทย ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่เมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เว็บไซต์ไฟแนนเชียลไทมส์ เผยบทบรรณาธิการโดย เจค แมกซ์เวลล์ วัตต์ส ซึ่งแสดงความเห็นว่า แม้ว่าในขณะนี้นโยบายดังกล่าวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ส่งผลให้อัตราว่างงานในประเทศเพิ่มขึ้น และเป็นเหตุให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กต้องปิดกิจการลง เนื่องจากรับภาระต้นทุนค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นไม่ไหวนั้น ทว่า ผลกระทบดังกล่าวก็อาจเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น
รายงานระบุว่า นโยบายดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ไว้
ผู้เขียนให้เหตุผลโดยอ้างรายงานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ระบุว่า บริษัทบางแห่งเลือกดำเนินการตัดลดชั่วโมงทำงานลงแทนการปลดพนักงานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ดังนั้น อาจเป็นเรื่องเร็วเกินไปที่จะชี้ชัดว่านโยบายค่าแรง 300 บาท ส่งผลกระทบต่อตัวเลขว่างงานในประเทศหรือไม่
นอกจากนี้ วัตต์ส ยังได้รายงานอ้างความเห็นของ กาย ไรเดอร์ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือน ธ.ค. 2555 ว่า แรงงานราคาถูกไม่ใช่เป้าหมายในอนาคตของเอเชียอีกต่อไป
ผู้เขียนมองว่า รัฐบาลประเทศต่างๆ ในภูมิภาคควรหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพแรงงาน ให้มีประสิทธิภาพทั้งทางด้านการศึกษาและความสามารถในการทำงาน เพื่อมุ่งเปลี่ยนโฉมจากการเป็นภูมิภาคที่มีแรงงานถูก มาเป็นภูมิภาคที่มีแรงงานคุณภาพแทน
ในส่วนของการพัฒนาคุณภาพแรงงานนั้น นับเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับรัฐบาลไทย ว่า จะประสบความสำเร็จในการพัฒนาทักษะแรงงานในประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการตลาดได้มากน้อยเพียงใดอีกด้วย







