
นาล้มเครียดขาดทุนคิดสั้นตั้งแก๊งปล้นเหยื่อจอดรถข้างถนน
ตำรวจพิจิตรจับกุม 2 พ่อลูกพร้อมหลานชายตั้งแก๊งปล้นทรัพย์เหยื่อจอดรถข้างถนน
ตำรวจพิจิตรจับกุม 2 พ่อลูกพร้อมหลานชายตั้งแก๊งปล้นทรัพย์เหยื่อจอดรถข้างถนน
โดยล่าสุดผู้ต้องหาทั้งสามคนได้ก่อเหตุในคดีปล้นทรัพย์ นายทองแดง ด้วงพร้อม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 9 บ้านล่องตะแบก ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ มีอาชีพค้าวัว – ควาย ตามตลาดนัด ค้าโคกระบือ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งสามคนได้ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ก่อเหตุปล้นทรัพย์จาก นายทองแดง ที่ขับรถมาหลังจากไปขายวัวกลับจากตลาดนัดโคกระบือ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณตีสองถึงตีสาม เกิดอาการง่วงนอนจึงจอดรถกระบะนิสสันบิ๊กเอ็ม สีดำ ทะเบียน บค 2851 พิจิตร เพื่อนอนพักสายตาแล้วเกิดหลับ
โดยล็อกประตูนอนอยู่ในรถซึ่งจุดที่จอดนอนอยู่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 สายแพร่ – อินทร์บุรี บริเวณทางแยกเข้าอำเภอวังโป่ง ใกล้ ๆ กับที่ทำการ อบต.เขาเจ็ดลูก พื้นที่อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ขณะนั้นถูกสองโจรพ่อลูกได้เดินมากระจกประตูรถนายทองแดง ซึ่งนอนอยู่ในรถคิดว่ามีเพื่อนมาปลุกจึงเปิดประตูรถ จากนั้น โจรสองพ่อลูกก็ได้ใช้ปืนจี้บังคับและทุบตีพร้อมทั้งใช้ผ้าผูกตาและมัดมือ มัดเท้า จับยัดไว้ในเก๋งของรถ จากนั้น ก็ขับรถพานายทองแดงเข้าป่าและทิ้งไว้ในป่าข้างทางจนนายทองแดงดิ้นหลุดจากการถูกพันธนาการจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ทับคล้อ ให้ติดตามคนร้ายจนถูกจับกุมในที่สุด
ในเบื้องต้น นายปราโลม และนายบุญเชิด ได้ให้การรับสารภาพว่าลงมือกันแค่สองคน ส่วนนายไพรัตน์ โจรตัวหลานเป็นเพียงผู้ขับรถ นอกจากนี้ปราโลม กล่าวอีกว่า เดิมมีอาชีพทำนาเพาะปลูกข้าว แต่ในช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหาเพลี้ยกระโดดกัดกินทำลายนาข้าว ผลผลิตที่เพาะปลูกไว้ได้รับความเสียหายทั้งหมดและไม่มีเงินไปใช้หนี้สินที่กู้ยืมมาจากธนาคาร ธกส.และหนี้สินเงินกู้นอกระบบ จึงเกิดหน้ามืดเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบเห็นผู้เสียหายนอนหลับอยู่ในรถกระบะจอดนอนข้างทางและสวมใส่ทองคำรูปพรรณเส้นโตจึงเอาอาวุธปืนที่เตรียมมาก่อเหตุปล้นทรัพย์และหลบหนีจนมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด
โดยล่าสุดผู้ต้องหาทั้งสามคนได้ก่อเหตุในคดีปล้นทรัพย์ นายทองแดง ด้วงพร้อม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 9 บ้านล่องตะแบก ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ มีอาชีพค้าวัว – ควาย ตามตลาดนัด ค้าโคกระบือ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งสามคนได้ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ก่อเหตุปล้นทรัพย์จาก นายทองแดง ที่ขับรถมาหลังจากไปขายวัวกลับจากตลาดนัดโคกระบือ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณตีสองถึงตีสาม เกิดอาการง่วงนอนจึงจอดรถกระบะนิสสันบิ๊กเอ็ม สีดำ ทะเบียน บค 2851 พิจิตร เพื่อนอนพักสายตาแล้วเกิดหลับ
โดยล็อกประตูนอนอยู่ในรถซึ่งจุดที่จอดนอนอยู่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 สายแพร่ – อินทร์บุรี บริเวณทางแยกเข้าอำเภอวังโป่ง ใกล้ ๆ กับที่ทำการ อบต.เขาเจ็ดลูก พื้นที่อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ขณะนั้นถูกสองโจรพ่อลูกได้เดินมากระจกประตูรถนายทองแดง ซึ่งนอนอยู่ในรถคิดว่ามีเพื่อนมาปลุกจึงเปิดประตูรถ จากนั้น โจรสองพ่อลูกก็ได้ใช้ปืนจี้บังคับและทุบตีพร้อมทั้งใช้ผ้าผูกตาและมัดมือ มัดเท้า จับยัดไว้ในเก๋งของรถ จากนั้น ก็ขับรถพานายทองแดงเข้าป่าและทิ้งไว้ในป่าข้างทางจนนายทองแดงดิ้นหลุดจากการถูกพันธนาการจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ทับคล้อ ให้ติดตามคนร้ายจนถูกจับกุมในที่สุด
ในเบื้องต้น นายปราโลม และนายบุญเชิด ได้ให้การรับสารภาพว่าลงมือกันแค่สองคน ส่วนนายไพรัตน์ โจรตัวหลานเป็นเพียงผู้ขับรถ นอกจากนี้ปราโลม กล่าวอีกว่า เดิมมีอาชีพทำนาเพาะปลูกข้าว แต่ในช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหาเพลี้ยกระโดดกัดกินทำลายนาข้าว ผลผลิตที่เพาะปลูกไว้ได้รับความเสียหายทั้งหมดและไม่มีเงินไปใช้หนี้สินที่กู้ยืมมาจากธนาคาร ธกส.และหนี้สินเงินกู้นอกระบบ จึงเกิดหน้ามืดเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบเห็นผู้เสียหายนอนหลับอยู่ในรถกระบะจอดนอนข้างทางและสวมใส่ทองคำรูปพรรณเส้นโตจึงเอาอาวุธปืนที่เตรียมมาก่อเหตุปล้นทรัพย์และหลบหนีจนมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด







