posttoday
แบงก์ห่วงหนี้เสียเอสเอ็มอี

แบงก์ห่วงหนี้เสียเอสเอ็มอี

07 มกราคม 2556

เจอพิษค่าแรงวันละ300บาทกรุงไทยยืดหนี้ลูกค้าต่อลมหายใจ

เจอพิษค่าแรงวันละ300บาทกรุงไทยยืดหนี้ลูกค้าต่อลมหายใจ

แบงก์ห่วงเอสเอ็มอีทนพิษค่าแรงวันละ 300 บาทไม่ไหว กรุงไทยยืดหนี้

นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ผลของการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ทำให้ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารที่อยู่ต่างจังหวัดเริ่มขอให้ธนาคารเข้าช่วยเหลือลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ใช้เงินทุนหมุนเวียน แต่สิ่งที่ธนาคารพอจะให้ความช่วยเหลือได้คือ จัดวงเงินการชำระหนี้ใหม่ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปให้ลูกค้าจ่ายหนี้ต่อเดือนลดลง

นายวรภัค กล่าวว่า ลูกค้าเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกินปีละ 300 ล้านบาท จะเหนื่อย หากสายป่านไม่ยาวพอ ปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดเล็กประมาณ 5,000 ราย จากจำนวนลูกค้าเอสเอ็มอีทั้งหมดประมาณ 7,000 ราย ดังนั้นลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลางและเล็กต้องเริ่มปรับตัว

“แต่ถ้าดูภาพรวมลูกค้า ยังไม่ถือว่าหนักหนาสาหัส ยังไม่กระทบคุณภาพสินเชื่อ” นายวรภัค กล่าว

นายวรภัค กล่าวว่า หากรัฐบาลจะจัดวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ก็ถือว่าช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ธนาคารก็ไม่ได้ให้วงเงินกู้เกินการประเมินที่แท้จริง ฉะนั้นจึงเลี่ยงไมได้ที่ลูกค้าต้องปรับตัว

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การปรับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักสำหรับบางโรงงงาน เช่น จากเดิมค่าแรงขั้นต่ำวันละ 200 บาท ก็คิดเป็นการปรับขึ้นประมาณ 20% โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจะเป็นโรงงานที่ใช้แรงงานสูง เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สนับสนุนให้ย้ายไปตั้งโรงงานในต่างจังหวัด

“ในขณะนี้ดูจะมีทางออกทางเดียวสำหรับอุตสาหกรรมขนาด กลางและขนาดเล็ก เพื่อหาทางรอดจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท คือจะต้องมีการปรับปรุงระบบการผลิต เช่น การเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรเพื่อลดจำนวนแรงงาน การนำงานวิจัยและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับปรุงการผลิต และการย้ายการลงทุนไปในประเทศเพื่อนบ้าน” นายโฆสิต กล่าว

นายโฆสิต กล่าวว่า ธนาคารได้เข้าช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการปรับปรุงเครื่องจักร และปรับปรุงระบบการผลิต เพราะบางส่วนได้มีการย้ายการลงทุนไปในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหากเอสเอ็มอี รายใดพร้อมที่จะปรับปรุงระบบการผลิต ธนาคารก็พร้อมจะสนับสนุนเงินทุนแต่ถ้าไม่ปรับปรุงเลยก็คงจะยาก เพราะว่าทางรอดมีน้อยนายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ผลของการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ทำให้ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารที่อยู่ต่างจังหวัดเริ่มขอให้ธนาคารเข้าช่วยเหลือลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ใช้เงินทุนหมุนเวียน แต่สิ่งที่ธนาคารพอจะให้ความช่วยเหลือได้คือ จัดวงเงินการชำระหนี้ใหม่ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปให้ลูกค้าจ่ายหนี้ต่อเดือนลดลง

นายวรภัค กล่าวว่า ลูกค้าเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกินปีละ 300 ล้านบาท จะเหนื่อย หากสายป่านไม่ยาวพอ ปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดเล็กประมาณ 5,000 ราย จากจำนวนลูกค้าเอสเอ็มอีทั้งหมดประมาณ 7,000 ราย ดังนั้นลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลางและเล็กต้องเริ่มปรับตัว

“แต่ถ้าดูภาพรวมลูกค้า ยังไม่ถือว่าหนักหนาสาหัส ยังไม่กระทบคุณภาพสินเชื่อ” นายวรภัค กล่าว

นายวรภัค กล่าวว่า หากรัฐบาลจะจัดวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟท์โลน) เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ก็ถือว่าช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ธนาคารก็ไม่ได้ให้วงเงินกู้เกินการประเมินที่แท้จริง ฉะนั้นจึงเลี่ยงไมได้ที่ลูกค้าต้องปรับตัว

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้