
จี้รัฐแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-พม่า
ภาคเอกชน หวั่นซ้ำรอยปราสาทพระวิหาร เร่งรัฐแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-พม่าที่จังหวัดระนอง
ภาคเอกชน หวั่นซ้ำรอยปราสาทพระวิหาร เร่งรัฐแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-พม่าที่จังหวัดระนอง
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจ.ระนอง เปิดเผยว่า ที่ระนองมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทยกับพม่า 3 เกาะ คือ เกาะหลาม เกาะคัน และเกาะขี้นก ซึ่งอยู่บริเวณปากแม่น้ำกระบุรี เนื่องจากไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่แนบท้ายอนุสัญญาระหว่างสยามกับอังกฤษ ค.ศ.1868 นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องเกาะตายิ้ม เนื้อที่ 7 ไร่ ในแม่น้ำกระบุรี และปัญหาการก่อสร้างเขื่อนกันตลิ่งบริเวณแม่น้ำกระบุรี ในพื้นที่ ต.มะมุ อ.กระบุรี จำนวน 3 จุด ที่พม่าประท้วงฝ่ายไทยมาโดยตลอด
ทั้งนี้ องค์กรภาคเอกชนจังหวัดระนองหวั่นวิตกต่อปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่ยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ หากไม่เร่งแก้ไขเกรงว่าอาจจะเป็นชนวนนำไปสู่ปัญหาขัดแย้งระหว่างกัน เหมือนที่เกิดขึ้นกับแนวชายแดนด้านกัมพูชา โดยก่อนหน้านี้เครือข่ายภาคประชาสังคมและองค์กรเอกชนได้ยื่นหนังสือต่อนายสุรพงษ์ ชัยนาม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปแล้ว แต่เรื่องก็ไม่มีความคืบหน้า







