
เสียงข้างมากจริงหรือ?
เสียงข้างมากจริงหรือ?ผู้คนจำนวนหนึ่งบอกว่า ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อย
เสียงข้างมากจริงหรือ?ผู้คนจำนวนหนึ่งบอกว่า ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อย
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
เสียงข้างมากจริงหรือ?ผู้คนจำนวนหนึ่งบอกว่า ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อย นัยว่ามุมหนึ่งเสียงข้างมาก คือ เสียงสวรรค์ แต่ก็ยังดีที่พูดกันแค่นั้น เพราะไม่เคยมีใครบอกว่าเสียงข้างน้อย คือ เสียงนรก เอาเป็นว่าโดยรวมแล้วผู้คนจำนวนดังกล่าวที่ว่าไป เห็นว่าเมื่อใครได้เสียงข้างมากจะทำอะไรก็ทำได้ เพราะได้รับเสียงข้างมากจากประชาชนมาให้ดำเนินการได้ ส่วนเสียงข้างน้อยก็เป็นเสียงของประชาชนที่ต้องรับฟังลำดับรองลงมา ซึ่งก็อาจจะไม่เคยถูกรับฟัง
เท่าที่ได้ยินได้ฟังทฤษฎีประชาธิปไตยมา ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของ “เสียง” เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย เสียงข้างมากเป็นเสียงที่จะได้เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน หรือจะได้เป็นผู้ที่แนวความคิด หรือข้อเสนอของตน หรือฝ่ายตนถูกนำมาใช้เป็นนโยบาย หรือสู่ทางปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ ตราบเท่าที่สิ่งเหล่านั้นยังคงถือได้ว่าชอบธรรม
ความชอบธรรมไม่อาจจะถูกยกเลิก เพิกถอนได้ ไม่ว่าจะด้วยเสียงข้างมากเพียงใดก็ตาม ต่อให้ประเทศหนึ่งมีผู้คนทั้งประเทศเห็นว่าควรจะทำในสิ่งที่ไม่ชอบธรรม สิ่งนั้นๆ ก็ไม่อาจจะกลายเป็นสิ่งอันชอบธรรมได้ และหากมองความชอบธรรม ทั้งที่เป็นนามธรรมแห่งความชอบธรรม และที่เป็นรูปธรรมแห่งตัวบทกฎหมาย สิ่งอันไม่ชอบธรรม ต่อให้มีเสียงสนับสนุนของผู้คนถึงร้อยละร้อย ก็ยังคงเป็นสิ่งอันไม่ชอบธรรมอยู่นั่นเอง ดังนั้นมองในมุมนี้ เสียงข้างมากอาจจะไม่ใช่เสียงสวรรค์เสียแล้ว อาจจะชะรอยกลายเป็นเสียงนรกไปเสียฉิบก็เป็นได้
เมื่อเราพิจารณาความชอบธรรมเป็นหลัก ประชาธิปไตยจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเสียงข้างมาก หากแต่จะต้องเป็นเสียงข้างมากที่ทำอะไรด้วยความชอบธรรมด้วย และเพราะเหตุนี้จึงมีหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐเกิดขึ้น เพราะการอยู่ร่วมกันของมนุษย์นั้นมักจะมีกฎเกณฑ์ที่ใช้ร่วมกันเสมอ ยิ่งในยุคสมัยใหม่นี้ กฎเกณฑ์ทั้งหลายยิ่งมีความสำคัญ ซึ่งกฎเกณฑ์ที่ว่านั้น ส่วนใหญ่ทุกวันนี้ก็จะอยู่ในรูปของกฎหมายเป็นหลัก
การที่เรามีหลักนิติธรรม ก็เพื่อให้ผู้ที่เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งอย่างที่กล่าวไป ในประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ที่ได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง ใช้กฎหมายด้วยความชอบธรรม ไม่ใช่ใช้กฎหมายอ้างความชอบธรรม ซึ่งส่วนมากที่เราเห็นกันก็มักจะเป็นอย่างหลัง ซึ่งไม่ต้องตรงตามหลักนิติธรรม
ทางข้างฝ่ายหลักนิติรัฐ ก็เป็นในทำนองเดียวกันกับหลักนิติธรรมเช่นกัน เป็นหลักที่กำหนดว่ารัฐ หรือผู้ทำหน้าที่ปกครองรัฐ หรือบริหารราชการแผ่นดินในรัฐ จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และกฎหมายที่ว่านั้นจะต้องเป็นกฎหมายอันชอบธรรมด้วย ไม่ใช่เป็นกฎหมายที่อ้างว่าชอบธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเหตุแห่งการตราด้วยอำนาจเสียงข้างมาก
ในฝ่ายของเสียงข้างน้อยนั้น แม้จะไม่ได้เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน แต่เสียงข้างน้อยดังกล่าวก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องของเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ หากแต่ให้เสียงข้างมากได้มีโอกาสในการเป็นผู้ปกครองแทนประชาชนทั้งประเทศ หรือเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นไปตามที่ตัวแทนของเสียงข้างมากเสนอ แต่ไม่ใช่เป็นเด็ดขาดว่าเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยในประเทศของเรา มองไปว่าเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ เสียงข้างน้อยไม่เกี่ยว นัยว่าได้เสียงข้างมากมาเป็นนาย ได้เสียงข้างน้อยไปเป็นบ่าว
เสียงข้างน้อยในประเทศที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นเสียงที่มีสิทธิเสมอเหมือนกับเสียงข้างมากทุกประการ เพียงแต่การทำหน้าที่ต่างกัน และบรรดาผู้ที่เรียกเอาเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ขึ้นมาเป็นสรณะนั้น ก็ลืมไปอย่างหนึ่งว่า เสียงทั้งหลายเหล่านั้นเป็นเสียงในการเลือก ซึ่งเป็นเสียงสมมติกันเพื่อกำหนดหน้าที่ สถานะต่างๆ ของผู้ที่จะทำงานให้บ้านให้เมือง แต่อันที่จริง เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย แต่ละเสียงก็ต่างเป็นเสียงประชาชนที่จะต้องได้รับการรับฟังเช่นเดียวกัน
ด้วยมุมนี้ เสียงข้างน้อยจึงต้องได้รับการรับฟัง และการปกครองประเทศ หรือการบริหารราชการแผ่นดิน ก็จะต้องเป็นไปตามแนวทางที่เสียงข้างมากเสนอ ด้วยความชอบธรรม และถูกตรวจสอบโดยเสียงข้างน้อย แต่สุดท้ายต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทุกเสียง
อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวไปทั้งหลายนั้น เป็นเพียงเรื่องของ “เสียง” ซึ่งประชาธิปไตยแท้ที่จริงเป็นมากกว่านั้น และท้ายที่สุดเสียงที่ว่าข้างมากก็เป็นเพียงเสียงข้างมากสัมพัทธ์ หรือสมมติ ไม่ใช่เสียงข้างมากสัมบูรณ์ หรือเสียงข้างมากที่แท้จริง เพราะเหตุว่าเสียงข้างมากที่เรียกขานกันนั้น ก็เป็นเพียงเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิเลือก ไม่ใช่ของคนทั้งประเทศ ซึ่ง เมื่อเทียบกับเสียงข้างมากของคนทั้งประเทศแล้ว ยังห่างไกลที่จะเรียกได้ว่าเป็นเสียงข้างมากนัก
ลองตรึกคิด ตรองดูกันนะครับ เสียงข้างมากนั้นเคยมีที่เป็นเสียงข้างมากจริงหรือ







