
คนงานฝันร้าย...แนวโน้มเลิกจ้างเพิ่มขึ้น
ค่าจ้างวันละ 300 บาท ก่อผลกระทบให้เห็นแล้วทั่วประเทศ ไม่ว่านายจ้างหรือลูกจ้างต่างก็เลี่ยงไม่พ้น สถานประกอบการจำนวนมากในหลายจังหวัดพากันปิดตัว เนื่องจากไม่อาจแบกภาระค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น
ค่าจ้างวันละ 300 บาท ก่อผลกระทบให้เห็นแล้วทั่วประเทศ ไม่ว่านายจ้างหรือลูกจ้างต่างก็เลี่ยงไม่พ้น สถานประกอบการจำนวนมากในหลายจังหวัดพากันปิดตัว เนื่องจากไม่อาจแบกภาระค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น
ที่ จ.บุรีรัมย์ บริษัท นางรอง แอพพาเรล ซึ่งเป็นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปส่งออก มีแรงงานอยู่ประมาณ 300 คน ได้เลิกจ้างพนักงานแล้ว 43 คน รวมทั้งบริษัท โรงงานเสื้อผ้าชุมชน มีแรงงานอยู่กว่า 200 คน ก็ได้เลิกจ้างพนักงานไปแล้วจำนวน 83 คน
จ.สระแก้ว มีโรงงานขนาดเล็กปิดตัวเองไปแล้ว 2 แห่ง รวมพนักงานที่ตกงาน 725 คน
ขณะที่ จ.นครปฐม พนักงานโรงงาน Master Piece ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน กว่า 98 คน กลับมาทำงานตามปกติหลังจากหยุดเทศกาลปีใหม่ แต่พบว่าทางโรงงานไม่เปิด ซ้ำยังถูกตัดน้ำตัดไฟ แต่ยังไร้คำชี้แจงจากนายจ้าง
สัญญาณร้ายยังไม่หยุด ในสายตาของผู้เกี่ยวข้อง มองอนาคตมีแต่สิ่งที่น่าวิตก
นาตญา แสงสกุล นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานจัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ คาดการณ์ว่าการเลิกจ้างจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อัษฎาลักษณ์ อินทรกําแหง ณ ราชสีมา สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่าช่วงปลายปี 2555 ที่ผ่านมา มีกิจการที่ทนแบกรับภาระค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ ประกอบกับคำสั่งซื้อสินค้าจากตลาดต่างประเทศลดลง ได้ทยอยปลดพนักงานครั้งละ 100-200 คน และในที่สุดก็ปิดกิจการไปรวมประมาณ 56 แห่ง มีลูกจ้างถูกเลิกจ้างกว่า 800 คน
“นครราชสีมามีสถานประกอบการอุตสาห กรรม 8,452 แห่ง มีลูกจ้าง 207,725 คน กลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้าง 300 บาทนั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสถานประกอบการที่จ้างแรงงานตั้งแต่ 199 คน ถือว่าน่าเป็นห่วงมากที่สุด มีลูกจ้างรวม 75,173 คน กลุ่มที่ 2 คือ สถานประกอบกิจการมีลูกจ้างตั้งแต่ 99 คนขึ้นไป มีจำนวน 262 แห่ง มีลูกจ้าง 132,552 คน แม้มีความเสี่ยงน้อยกว่ากลุ่มแรก แต่ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจการผลิตและตลาดส่งออกด้วย หากเป็นตลาดแถบยุโรปอาจมีปัญหาเรื่องออร์เดอร์ ถือเป็นกิจการที่น่าห่วงเช่นกัน”
ภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.สระแก้ว กล่าวว่า นอกจากธุรกิจเอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบแล้ว ยังมีสถานประกอบการขนาดเล็กอีกมากที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้สั่งการให้ทางสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานสำรวจจำนวนผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบให้ได้จำนวนที่แน่นอน เพื่อร่วมกันหาทางบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป
ด้านผู้ประกอบการ สุปราณี ศิริอาภานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า โรงงานขนาดเล็กที่มีทุนน้อยปิดตัวไปบางส่วนแล้ว ประมาณกลางเดือนนี้คงจะเห็นการว่างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพนักงานในโรงงานเซรามิกซึ่งมีกว่าหมื่นคน เนื่องจากโรงงานทนแบกรับภาระไม่ไหว
พนาสิน ธนบดีสกุล เจ้าของบริษัท ธนบดีอาร์ตเซรามิค โรงงานเซรามิกขนาดใหญ่ใน จ.ลำปาง กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายโรงงานหันมาใช้วิธีจ้างแบบเหมาจ่าย แทนการคิดเป็นรายวันหรือเงินเดือน โดยคำนึงถึงคุณภาพของงานที่ทำ ความยากง่าย หรือบางแห่งก็ใช้วิธีเหมาแบบนับชิ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ขณะที่ลูกจ้างก็ไม่สามารถเลือกได้ เพราะหากไม่ยอมก็คงถูกเลิกจ้าง
ขณะที่ฝ่ายลูกจ้าง สุมาลี พรมมา สาวโรงงานใน จ.นครปฐม ซึ่งเพิ่งตกงานหมาดๆ บอกว่า ตั้งแต่ค่าจ้างขึ้น 300 บาททั่วประเทศ ไม่มีการทำงานล่วงเวลาหรือโอที และงานไม่มีทำอย่างต่อเนื่อง เงินเดือนของพนักงานก็ออกไม่ตรงวันที่ตกลงกันไว้ มักจะเลื่อนออกไปประมาณ 3 วัน
ด้าน กัญญา แซ่ตั้น นำสลิปเงินเดือนที่แสดงการหักเงินในส่วนต่างๆ มาให้ดูเป็นหลักฐาน โดยบอกว่า โรงงานมีการหักเงินสมทบกองทุนประกันสังคมทุกเดือน แต่ไม่นานมานี้เธอเข้าโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ เพราะโรงงานไม่มีการส่งเงินสมทบให้กับทางประกันสังคมเลยเป็นเวลา 9 เดือนแล้ว
สถานการณ์ส่อแววว่าจะ ‘เอาไม่อยู่’
เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในวันที่ 4 ม.ค. จะหารือร่วมกับ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2556 เกี่ยวกับการออกมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเตรียมเสนอรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกหลายมาตรการ เช่น การลดค่าธรรมเนียมห้องพักที่เรียกเก็บสำหรับโรงแรมหรือที่พักแรมที่เป็นเอสเอ็มอี การปรับเพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมสัมมนาของส่วนราชการ คาดว่าจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ม.ค.นี้
“ส่วนกรณีที่มีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาในไทยเพื่อหวังจะได้รับค่าจ้างวันละ 300 บาทนั้น หากถูกจับกุมต้องถูกส่งตัวกลับ เพราะเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะไม่มีการผ่อนผันใดๆ หากสถานประกอบการต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว ก็ขอให้ยื่นขอโควตานำเข้าผ่านระบบเอ็มโอยูต่อกระทรวงแรงงาน”
ขณะที่ ปกรณ์ อมรชีวิน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 สถานการณ์การเลิกจ้างจะไม่รุนแรงมากนัก เพราะทางกรมการจัดหางานมีตำแหน่งงานว่างรองรับอย่างแน่นอน หากเข้ามาแจ้งขอความจำนง ยืนยันว่ายังมีสถานประกอบการอีกมากที่ต้องการแรงงาน เพราะจากการสำรวจที่ผ่านมาก็ยืนยันได้ว่าขณะนี้ยังอยู่ในภาวะการขาดแคลนแรงงานถึง 34 แสนคนทีเดียว ในส่วนที่ถูกเลิกจ้างจากการสำรวจตั้งแต่เดือน เม.ย. 2555 หลังการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 40% (เฟสแรก) จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 พบว่ามีการเลิกจ้างเพียง 8,000 คนเท่านั้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ใน 7 จังหวัด ซึ่งเริ่มปรับขึ้นค่าจ้างเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2555 จำนวน 5 แห่ง เลิกจ้างแรงงานกว่า 1,700 คน
ส่วนผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างทั่วประเทศครั้งนี้ จะเห็นผลกระทบชัดเจนช่วงเดือน มี.ค. ซึ่งสอดคล้องกับที่ ทวี ปิยะพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ ในฐานะรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดูแลรับผิดชอบภาคใต้ บอกว่า เดือน เม.ย.นี้จะเผาจริง







