
สร้างหนังอาหารพื้นเมืองดึงคนจีน-ต่างชาติเที่ยวเหนือ
กระแสภาพยนตร์จีนเรื่อง “ลอสต์ อิน ไทยแลนด์” โกยรายได้ทุบสถิติ
กระแสภาพยนตร์จีนเรื่อง “ลอสต์ อิน ไทยแลนด์” โกยรายได้ทุบสถิติ
โดย...ชีวิน ศรัทธา
เป็นประวัติการณ์ในประเทศจีนจ่อทะลุ 1,000 ล้านหยวน หรือ 5,000 ล้านบาท ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าวเข้ามาปักหลักถ่ายทำตามสถานที่สำคัญๆ ในเมืองไทย ทั้งกรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ มีส่วนกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองไทยให้คึกคัก โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวชาวจีนทะลักเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อตามรอยภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการหนังไทยควรต้องทบทวนและต้องมองบทบาทการทำหนังในเมืองไทย จากเดิมที่จะสะท้อนแต่ชีวิตที่ล้มเหลวของครอบครัว การมั่วสุมทางเพศ หรือการกดขี่ข่มเหง ก็ควรจะต้องหันมาสร้างหนังแนวบันเทิงเชิงวัฒนธรรม ประเพณี หรือแม้กระทั่งอาหารพื้นเมืองมาเป็นจุดขาย อย่างเช่นหนัง แดจังกึม ของเกาหลีใต้ ที่นำเรื่องราวการปรุงอาหารเกาหลีมาเป็นจุดขายในการนำเสนอ ซึ่งสะท้อนถึงวิถีการกินของเกาหลี ทำให้คนไทยรู้จักเกาหลีใต้และคลั่งไคล้ดารานักร้องเกาหลีใต้
วิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า กระแสหนัง ลอสต์ อิน ไทยแลนด์ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ จ.เชียงใหม่ เป็นอย่างมาก ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวชมสถานที่ถ่ายทำหนังในเมืองเชียงใหม่หลายๆ จุด ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวช่วงปีใหม่คึกคักเป็นพิเศษโดยคาดว่าจะมียอดนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาตามรอยหนังเรื่องนี้ราว 35 เท่า จากปี 2554 ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาราว 6.5 หมื่นคน ทำให้โรงแรมระดับ 35 ดาว ช่วงปีใหม่ถูกจองเต็มหมด
“นักท่องเที่ยวจีนนิยมเที่ยววัดวาอาราม เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร วัดเจ็ดยอด วัดเจดีย์หลวง บางส่วนไปเที่ยวเวียงกุมกาม นครใต้พิภพ อ.สารภี และไปเที่ยวปางช้าง ชมการแสดง ขี่ช้างล่องแพลำน้ำแม่แตง เที่ยวฟาร์มกล้วยไม้ ฟาร์มงู สวนเสือ อ.แม่ริม และช็อปปิ้งถนนคนเดินเสาร์อาทิตย์ ไนต์บาซาร์ ถนนช้างคลาน บ้านบ่อสร้าง อ.สันกำแพง และบ้านถวาย อ.หางดง เฉลี่ยใช้จ่าย 3,5004,000 บาทต่อคนต่อวัน คาดทำรายได้ 2,0003,000 ล้านบาทต่อปี” วิสูตร ระบุ
นักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่มทัวร์และอีกส่วนหนึ่งนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเองด้วยการแบกเป้มาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ส่วนการสร้างแนวหนังไทยที่นำวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีของไทยรวมทั้งอาหารพื้นเมืองในภาคเหนือมานำเสนอเป็นเรื่องราวถ่ายทอด ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างกระแสความนิยมให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในภาคเหนือ
วิสูตร บอกอีกว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจะมารับประทานอาหารพื้นเมืองชื่อดังของล้านนา เช่น การนั่งกินขันโตก เพื่อชมการแสดงวัฒนธรรม ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือที่ได้รับความนิยม ทั้งไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล แกงแคลาบดิบ หรือลาบคั่ว
“อนาคตจะผลักดันให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยนำอาหารเมืองเหนือไปสร้างภาพยนตร์เป็นเรื่องราวให้โด่งดังเหมือนแดจังกึม ก็จะสามารถสร้างกระแสความนิยมนวัตกรรมอาหารพื้นเมืองได้เช่นเดียวกัน โดยผูกเรื่องราวที่จะนำมาถ่ายทอดผสมผสานกับวัฒนธรรมวิถีชีวิตให้กลมกลืนเท่านั้นหนังไทยก็สามารถที่จะแข่งกับหนังนานาชาติได้แล้ว” วิสูตร ระบุ
โดยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ จ.เชียงใหม่ ในช่วงปีใหม่ นักท่องเที่ยวทะลักไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นเป็นจำนวนมาก เช่น ที่จุดสูงสุดแดนสยาม ยอดดอยอินทนนท์ ม่อนแจ่ม สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และพระธาตุดอยสุเทพมหาวรวิหาร
ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวของภาคเหนือจังหวัดอื่นๆ ก็คึกคักไม่แพ้กัน เช่น จ.เชียงราย นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง ร่วมเทศกาล “ชิมชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า ดอยแม่สลอง”
ที่ จ.พิษณุโลก นักท่องเที่ยวแห่โต้ลมหนาวและสัมผัสแม่คะนิ้งที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย ตลอดทั้งรอชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามแห่งเดียวในประเทศไทย
ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักอย่างมาก นับตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างทยอยเดินทางเข้ามาพักในบ้านพักกว่า 30 หลังที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนจนเต็มทุกหลัง และบริเวณสถานที่กลางเต็นท์ก็มีนักท่องเที่ยวนำเต็นท์มากางกว่า 350 หลัง รวมมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการกว่า 2,000 คน







