
เร็วแบบจีน
หนึ่งในข่าวใหญ่ที่โด่งดังที่สุดในรอบสัปดาห์นี้ ไม่พ้นการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายที่ยาวที่สุดในจีนกว่า 2,000 กิโลเมตร จากกรุงปักกิ่งทางตอนเหนือของประเทศ ลงสู่เมืองกว่างโจว ในมณฑลกวางตุ้ง ฮับเศรษฐกิจทางตอนใต้ของประเทศ ใช้ระยะเวลาการเดินทางเพียง 8 ชั่วโมงเท่านั้น วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หนึ่งในข่าวใหญ่ที่โด่งดังที่สุดในรอบสัปดาห์นี้ ไม่พ้นการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายที่ยาวที่สุดในจีนกว่า 2,000 กิโลเมตร จากกรุงปักกิ่งทางตอนเหนือของประเทศ ลงสู่เมืองกว่างโจว ในมณฑลกวางตุ้ง ฮับเศรษฐกิจทางตอนใต้ของประเทศ ใช้ระยะเวลาการเดินทางเพียง 8 ชั่วโมงเท่านั้น วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เทียบระยะทางก็ประมาณเชียงรายถึงนราธิวาส เผลอๆ อาจจะยาวกว่าด้วย แต่ถ้าเดินทางด้วยรถไฟไทยก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลากี่วัน
หลายคนอาจจะงงๆ พอสมควรครับ ว่าทำไมเดี๋ยวนี้จีนถึงมาแรงเสียเหลือเกินกับเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง พูดง่ายๆ ก็คือ จีนก๊อบปี้เก่งและมีเงิน ก็เลยรีบพัฒนาระบบขนส่งประเภทนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อรองรับการเติบโตในหลายพื้นที่ของประเทศ
และที่สำคัญ รางรถไฟไปที่ไหน ที่นั่นก็เจริญครับ จีนต้องการที่จะขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไปให้ได้ทั่วประเทศรวมกันกว่า 2 หมื่นกิโลเมตรให้ได้ภายในปี 2020 นี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมกันให้มากขึ้น ระหว่างสังคมชนบทและสังคมเมืองครับ
การพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงจากจีนนั้น ได้รับต้นแบบจากระบบรถไฟความเร็วสูงจากตะวันตกและหลายประเทศ ซึ่งประเทศเหล่านั้นว่าจ้างให้จีนผลิตรถไฟความเร็วสูงอยู่แล้ว ซึ่งจีนก็ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาด้วย ซึ่งปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงในจีนมีอยู่ 5 แบบ ภายใต้การดูแลของสำนักงานการทางรถไฟความเร็วสูง หรือซีอาร์เอช
รุ่น CRH1 มีต้นแบบจากบริษัท Bombardier Regina ในแคนาดา รุ่น CRH2 มีต้นแบบจาก E2 Series 1000 Shinkansen ของญี่ปุ่น รุ่น CRH3 มีต้นแบบจาก Siemens ICE3 ประเทศ เยอรมนี รุ่น CRH4 มีความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจีนพัฒนาเอง และรุ่น CRH5 มีต้นแบบจาก Alstom Pendolino ETR600 ประเทศฝรั่งเศส
แน่นอนครับ เมื่อไหร่ที่พูดถึงจีน คนไทยเรามักจะกังวลถึงเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยตามมา ยิ่งเมื่อปีที่แล้วมีข่าวรถไฟความเร็วสูงของจีนประสานงากัน คนตายกับเพียบ ก็ทำให้คนยิ่งกลัว
ด้านความมีประสิทธิภาพของตัวรถไฟและรางนั้นถือว่าน่าจะยอมรับได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่จีนรับมาจากตะวันตกทั้งสิ้น ทว่าเรื่องการปลอดภัยนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องของระบบการจัดการและดูแล ซึ่งก็แน่นอนว่า จะจีน จะไทย จะญี่ปุ่น จะฝรั่ง หากจัดการไม่ดีก็เละได้เหมือนกันทั้งนั้น
ที่สำคัญ โครงการรถไฟความเร็วสูงของจีนนั้นยังมีแผนขยายมายังภูมิภาคอาเซียนด้วย วิ่งลงมาจากจีนตอนใต้เข้าสู่ลาว ส่วนหนึ่งวิ่งต่อลงมาไทย ส่วนหนึ่งวิ่งต่อลงไปเวียดนาม ส่วนที่วิ่งมาไทยจะเชื่อมต่อไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์โน่น
ลองมองภาพกว้างๆ รถไฟความเร็วสูงของจีน นอกจากจะทำให้จีนเจริญไปทั่วประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมเศรษฐกิจจีนและอาเซียนตอนบนไว้อย่างน่าทึ่งทีเดียวครับ







