
ศึกสภาอุตฯยื้อ‘พยุงศักดิ์’ขู่ฟ้องดะ
หากใช้โลโก้สอท.กลุ่มธนิตร้องสู้ย้ำมติปลดปธ.
หากใช้โลโก้สอท.กลุ่มธนิตร้องสู้ย้ำมติปลดปธ.
ส.อ.ท.วุ่นไม่จบ “พยุงศักดิ์” ขู่ฟ้องกราวรูดใครแอบอ้างใช้โลโก้ ส.อ.ท.ให้เสียหาย ด้านกลุ่มธนิตโต้พร้อมฟ้องกลับเช่นกัน และยืนมติปลดพยุงศักดิ์
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. ว่า การประชุมครั้งนี้มีสมาชิก ส.อ.ท.เข้าร่วม 183 คน ถือว่าครบองค์ประชุม โดยวาระสำคัญในการพิจารณา 2 เรื่อง คือ 1.มีมติให้ฟ้องร้องผู้ที่ใช้ตราสัญลักษณ์ของ ส.อ.ท.ไปทำให้เกิดความเสียหาย ถือว่าผิดตาม พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2535 โดยจะดำเนินคดีฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและอาญา
2.มีมติไม่รับรองการประชุม ส.อ.ท.เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ซึ่งระบุให้ตนออกจากการเป็นประธาน ส.อ.ท. เพราะถือว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้จะมีการนัดประชุมคณะกรรมการบริหาร (กบ.) วันที่ 15 ม.ค. 2556 และประชุมสมาชิก ส.อ.ท.วันที่ 28 ม.ค. 2556 ตามปกติ ส่วนกรณีที่ทางฝั่งของนายธนิต โสวรัตน์ จะนัดประชุมกบ. และกรรมการส.อ.ท. ในวันที่ 21 ม.ค. นั้น ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว
สำหรับกรณีการตรวจสอบโครงการทุจริตการฝึกอบรมภายใต้งบประมาณของกระทรวงแรงงานนั้น ได้ขอให้เร่งรัดการสอบสวนเพื่อสรุปปัญหาโดยเร็ว เพราะเป็นการใช้ชื่อ ส.อ.ท.ไปในทางที่เสียหายเช่นกัน
”อย่างไรก็ตามยืนยันการดำเนินการของตนโปร่งใสถูกต้องตามระเบียบ ส่วนอีกฝั่งยังกล่าวอ้างว่ามติที่ประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ถูกต้องนั้น ก็เป็นเรื่องของทางโน้น ส่วนที่จะให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย นั้น ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว”นายพยุงศักดิ์ กล่าว
ด้านนายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการในฐานะรักษาการประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท. (กส.) มีสมาชิกมาเข้าร่วมประชุม 176 คน ซึ่งมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งจากสมาชิกทั้งหมด 348 คน โดยที่ประชุมยืนยันไม่รับรองการดำเนินงานใดๆ ที่นายพยุงศักดิ์ ได้ดำเนินการไป เพราะถือว่าพ้นจากการเป็นประธาน ส.อ.ท.ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2555 โดยเฉพาะการรับรองงบประมาณปี 2556 และการเบิกจ่ายเงินจากบัญชีธนาคารในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้ลงนามในเช็คไม่ใช่เหรัญญิก ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
สำหรับกรณีนายพยุงศักดิ์จะฟ้องร้องหากใครนำตราสัญลักษณ์ส.อ.ท.ไปใช้ทำให้เกิดความเสียหายนั้น ก็พร้อมที่จะฟ้องกลับเช่นกัน เพราะถือว่าอีกฝ่ายก็ทำผิดเพราะไม่ได้รับการรับรองเป็นประธานส.อ.ท.แล้ว รวมถึงการนำประเด็นโครงการทุจริตการฝึกอบรมภายใต้งบประมาณของกระทรวงแรงงานมาเปิดเผยโดยกล่าวอ้างว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งนั้น เรื่องดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางส.อ.ท.แต่เป็นเรื่องส่วนตัวของประธานส.อ.ท.จังหวัดลพบุรี และหากพบว่าใครทำผิดก็ให้ไปฟ้องร้องคนนั้นได้เลย เพราะความจริงผลการสอบสวนเบื้องต้นก็ชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่า ส.อ.ท. ไม่เคยทำความตกลงใดๆ ไม่เคยได้รับงบประมาณ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการฝึกอบรมฯ ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน การดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวกับโครงการนี้ เป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับ ส.อ.ท. และขอยืนยันว่าข้ออ้างในเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับการถอดถอนคุณพยุงศักดิ์ฯ หากผลการสอบสวนในเรื่องนี้พบว่าใครกระทำความผิด ก็ขอให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย
นายธนิต กล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะต้องวางตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเพื่อให้เกิดการเจรจาในกระบวนการแก้ปัญหา เพราะที่ผ่านมาถูกดึงเข้ามาเพื่อสร้างความชอบธรรมทำให้ปัญหาความขัดแย้งถูกล็อคหาทางแก้ไขไม่ได้ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ควรจะรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายและมีส่วนร่วมเป็นคนกลางในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่กลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
การแก้ปัญหาความขัดแย้งใน ส.อ.ท. ต้องแก้กันเอง โดยจะต้องมีการเจรจาระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมกับ ส.อ.ท. จังหวัด เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมในการแก้ไขความขัดแย้ง โดยประธาน ส.อ.ท. ควรจะต้องเป็นบุคคลใดก็ได้ที่ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม และส.อ.ท.จังหวัดเห็นว่ามีความเหมาะสม มีความโปร่งใส ยึดหลักความถูกต้อง ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก เพื่อให้มาแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือยึดหลักพวกมากลากไป ไม่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย การดำเนินการให้ถือข้อบังคับและมุ่งแก้ปัญหาขององค์กรเป็นสำคัญ







