posttoday
ภาคปชช.เสนอ 7 แนวทางแก้ทุจริต

ภาคปชช.เสนอ 7 แนวทางแก้ทุจริต

19 ธันวาคม 2555

ภาคปชช.เสนอ 7 แนวทางแก้ทุจริต จี้ ภาครัฐเป็นแบบอย่างความโปร่งใส กระตุ้น ปปช.เร่งสางคดีค้างภายใน 5 ปี

ภาคปชช.เสนอ 7 แนวทางแก้ทุจริต จี้ ภาครัฐเป็นแบบอย่างความโปร่งใส กระตุ้น ปปช.เร่งสางคดีค้างภายใน 5 ปี

คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ร่วมกับสำนักงานปฎิรูปเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ได้จัดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอเชิงนโยบายการปฎิรูปเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น 

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะประเด็นการปฎิรูปเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น กล่าวสรุปถึงข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา จำนวน 7 แนวทางว่า 1.สร้างพลังทางสังคมที่เข้มแข็งในการป้องกันและสนับสนุนการปราบปรามการทุจริต โดยขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนและเอกชนจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐ-เอกชนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (กรอ.ปปช.) เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม 2.ปรับเปลี่ยนเจคติทางสังคมให้เอื้อต่อการเอาชนะปัญหาทุจริต ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ต้องประกาศเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ในการเป็นต้นแบบการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ปลอดผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับสังคม และควรกำหนดนิยามคำง่าการทุจริตคอร์รัปชั่นใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมถึงพฤติกรรมการทำผิดทางคุณธรรมจริยธรรม

นพ.พลเดช กล่าวว่า 3.สร้างบรรทัดฐานสำหรับผู้บริหารประเทศให้เป็นแบบอย่างในด้านการประกอบอาชีพสุจริตและเสียภาษีรายได้แก่รัฐ 4.สร้างความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้จ่ายงบประมาณสาธารณะของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยรัฐบาลต้องกำหนดให้กระทรวง ทบวง กรมและสำนักเทียบเท่าทุกหน่วยงานต้องเปิดเผยข้อสัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง และต้องนำมาตรฐานบรรษัทภิบาลมาใช้กับองค์กรรัฐวิสาหกิจด้วย 

หัวหน้าคณะทำงานฯ ระบุอีกว่า 5. ส่งเสริมกระบวนการผู้ชี้เบาะแสและคุ้มครองพยานในการปราบปรามการทุจริต 6.เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการคดีทุจริตที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ป.ป.ช.ต้องกำหนดแผนปฎิบัติการในการจัดคดีคั่งค้างให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ภายใน 5ปี และต้องปรับปรุงระเบียบภายในไม่ให้เป็นราชการจนเกินไป รวมไปถึงต้องเปิดกว้างกระบวนการสรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการปปช.ให้มากขึ้น และ 7.เพิ่มประสิทธิภาพในการกลั่นกรองคนดีเข้าสู่อำนาจในการบริหารประเทศ เช่น กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส. สว. และผู้บริหารท้องถิ่นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งก่นและหลังการเลือกตั้ง 

"สถาบันAsian Intelligence ได้มีผลวิจัยตั้งแต่ปี 2549 แล้วว่าประเทศมีปัญหาการทุจริตรุนแรงในระดับมากถึงมากที่สุด โดยที่รัฐไทยมีความพยายามแก้ปัญหาในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด และคนไทยมีความอดทนต่อการทุจริตมากถึงมากที่สุด ซึ่งปัญหาของไทยในปัจจุบันมาจากสังคมไทยมีวัฒนธรรมแบบหลวมยอมจำนนง่าย ขาดความผูกพันต่อสาธารณะสมบัติ และมีค่านิยมในเรื่องพวกพ้อง จึงเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน" นพ.พลเดช กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI