
ท้ามาร์คยื่นศาลปกครองล้มประชามติ
"พิชิต"ท้า"มาร์ค"ยื่นศาลปกครองหากประชามติเพื่อแม้วจริง ย้ำยึดเสียง ปชช.ถือเป็น "ข้อยุติ"ชี้ชะตาเเก้รัฐธรรมนูญ
"พิชิต"ท้า"มาร์ค"ยื่นศาลปกครองหากประชามติเพื่อแม้วจริง ย้ำยึดเสียง ปชช.ถือเป็น "ข้อยุติ"ชี้ชะตาเเก้รัฐธรรมนูญ
นายพิชิฏ ชื่นบาน สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหารัฐบาลว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหวังลบมาตรา 309 เพื่อล้มคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้นถือว่าบิดเบือนรัฐธรรมนูญและออกตัวเร็วเกินไป เพราะตามขั้นตอนยังไม่มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)
ทั้งนี้หากนายอภิสิทธิ์เห็นว่าเรื่องใดที่รัฐบาลหรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการตามกฎหมายไม่ถูกต้องก็ควรใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นศาลปกครองสูงสุดเพื่อล้มประชามติไม่ใช่การแสดงออกเช่นนี้
นายพิชิฏ กล่าวย้ำว่า เป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเพื่อล้มคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะการจัดทำประชามติต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี 50 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 ว่า “เรื่องที่ขอประชามติเป็นกิจการในเรื่องที่อาจกระทบถึงประโยชน์ ได้เสียของประเทศชาติ หรือประชาชน เท่านั้น” และประการสำคัญกฎหมายกำหนดให้มีการตั้งชื่อเรื่องที่จะทำประชามติ ซึ่งชื่อเรื่องจะต้องมีข้อความที่ชัดเจนพอที่จะให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเข้าใจเพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในเรื่องที่จะจัดทำประชามติ
“ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลหรือ กกต.จะไปกำหนดชื่อเรื่องในการจัดทำประชามติว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 309 เพื่อล้มคดี พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่เพราะจะผิดเจตนารมณ์แห่งกฎหมายในการออกเสียง ซึ่งกฎหมายประชามติให้อำนาจประชาชนมีสิทธิ์ออกเสียงไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้มีคำวินิจฉัยล้มประชามติได้”นายพิชิฏกล่าว
นายพิชิฏ กล่าวด้วยว่า อยากตั้งคำถามกลับไปว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 309 ที่นายอภิสิทธิ์และพรรค ปชป.พยายามรักษาไว้มีบทบัญญัติว่า “บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้” ดังนั้นนายอภิสิทธิ์และพรรคจะรักษาผลพวงของการรัฐประหารจนตลอดชีวิตของนายอภิสิทธิ์ใช่หรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้นถามอีกว่าการคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 309 ถือเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นหลักสากลหรือหลักนิติธรรมหรือไม่
นายพิชิฏ ยังยืนยันว่า การจัดให้ประชาชนลงประชามติว่าต้องการได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ถือเป็นการให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นผู้ตัดสินใจโดยตรง ถือเป็นทางเลือกที่ให้เสียงของประชาชน “เป็นข้อยุติ” ดังนั้นประชาชนทั้งประเทศสามารถแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของอำนาจของตนได้โดยวิธีการออกมาร่วมกันทำประชามติต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้การทำประชามติจะทำได้ต่อเมื่อ “เรื่องนั้นถือเป็นเรื่องที่กระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชนทั้งมวล” มิใช่เรื่องประโยชน์ได้เสียของรัฐบาลหรือคนใดคนหนึ่งที่จะได้รับประโยชน์ รัฐธรรมนูญ และกฎหมายไม่ให้อำนาจที่รัฐบาลหรือใครจะกระทำเช่นที่นายอภิสิทธิ์กล่าวหา เพราะรัฐธรรมนูญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ถึงการใช้อำนาจ อธิปไตยของปวงชนชาวไทย ขอยืนยันว่าไม่มีใครได้รับประโยชน์นอกจากประชาชนเท่านั้น







