
ส่งตีความ
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การจัดซื้อ แท็บเล็ตรอบใหม่ของชั้น ป.1 และ ม.1 ประมาณ 1.69 ล้านเครื่องนั้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินการจัดซื้อแทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเคยเป็นผู้รับผิดชอบในรอบแรก
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การจัดซื้อ แท็บเล็ตรอบใหม่ของชั้น ป.1 และ ม.1 ประมาณ 1.69 ล้านเครื่องนั้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินการจัดซื้อแทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเคยเป็นผู้รับผิดชอบในรอบแรก
กรณีดังกล่าวดูเหมือนจะยิ่งชัดเจนขึ้นหลังจาก โอฬาร ไชยประวัติ ประธานคณะกรรมการกำหนดทีโออาร์การจัดซื้อแท็บเล็ตประจำปีการศึกษา 2556 ออกมาระบุว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำสเปกของเครื่อง โดยจะยึดความต้องการของผู้ใช้ คือ ครูและนักเรียนเป็นหลัก แต่ก็ยอมรับว่าหากกำหนดสเปกไว้สูงเกินไป ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงราคาต้นทุนแต่ละเครื่องก็จะสูงตามไปด้วย จนอาจจะส่งผลไปถึงปัญหาต่องบประมาณการจัดซื้อที่ตั้งไว้ได้
“ต้นทุนจะไม่สูงไปกว่าค่าใช้จ่ายเดิมในการจัดซื้อปี 2555 ตั้งไว้ว่าอยู่ที่ประมาณ 85 เหรียญสหรัฐ หรือ 2,600 บาทต่อเครื่อง ซึ่งรวมค่าจัดส่งแล้ว ส่วนแท็บเล็ตอาจจะมีต้นทุนที่สูงกว่าเล็กน้อย ส่วนวิธีการจัดซื้อ ขึ้นอยู่กับนโยบายโครงการนี้” โอฬาร กล่าว
อย่างไรก็ตาม นอกจากเปลี่ยนหน่วยงานรับผิดชอบแล้ว การจัดซื้อครั้งนี้ยังเปลี่ยนการจัดซื้อระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล (จีทูจี) มาเป็นการเปิดประมูลหรือจัดทำอีออกชันภายในประเทศ ซึ่งกรณีนี้เองที่ทำให้เกิดประเด็นให้ต้องตีความในรายละเอียดการจัดซื้อตามมา
ทั้งนี้ เนื่องจากการจัดซื้อซึ่ง ศธ.เป็นผู้ดำเนินการ อาจจะต้องรวบรวมยอดการสั่งซื้อจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกรุงเทพมหานคร
ความจำเป็นในการรวมหน่วยงานเพื่อจัดซื้อพร้อมกันนี้ มีเป้าหมายอยู่ที่อำนาจการต่อรองราคาในการจัดประมูล เพราะจำนวนการสั่งซื้อแต่ละหน่วยงานซึ่งแตกต่างกันด้านจำนวนเครื่องแท็บเล็ตที่ค่อนข้างสูง ย่อมส่งผลต่อราคาซื้อโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น สพฐ. ซึ่งมียอดการสั่งซื้อกว่า 1 ล้านเครื่อง ย่อมมีอำนาจในการต่อรองราคามากกว่าหน่วยงานอย่าง ตชด. ซึ่งมียอดสั่งซื้อเพียงหลักหมื่นเครื่อง หากแยกออกไปจัดซื้อเอง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาจากแนวคิดดังกล่าว คือ วิธีการจัดซื้อแบบรวมทุกหน่วยงานเป็นล็อตใหญ่นี้ ยังไม่มีระเบียบการจัดซื้อรองรับ หากดำเนินการไปโดยไม่มีการยืนยันจากฝ่ายกฎหมายของ ศธ.ยืนยันความถูกต้อง ก็อาจจะกลายเป็นช่องโหว่ให้มีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความวิธีการจัดซื้อในภายหลัง และอาจจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการจัดซื้อตามไปด้วย
ขณะที่ร่างสเปกแท็บเล็ตที่ออกมา และรอให้คณะกรรมการพิจารณาในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ มีรายละเอียด เช่น ขนาดหน้าจอสัมผัสของชั้น ป.1 กำหนดให้มีหน้าจอวัดตามเส้นทแยงมุมขนาด 7 นิ้ว ชั้น ม.1 มีขนาด 8 นิ้ว มีหน่วยความจำหลักไม่น้อยกว่า 1 กิกะไบต์ ความละเอียดจอภาพไม่น้อยกว่า 1,024x600 พิกเซล ฯลฯ
อย่างไรก็ดี งบประมาณการจัดซื้อที่กำหนดไว้ คือ ป.1 ไว้ที่ 2,720 บาท และ ม.1 ไว้ที่ 2,820 บาท ต่างจากงบประมาณการจัดซื้อของ ป.1 รอบแรก ซึ่งตั้งไว้ต่อเครื่องที่ 2,400 บาท







