
ภาคประชาชนรำลึก5ปีมด-วนิดาแห่งปากมูล
“จรัล” ชี้ภาคประชาชนสู้ยากขึ้นเพราะการเมืองแบ่งซีก ถูกตั้งข้อหาทำลายรัฐบาล ชาวปากมูลยื่นหนังสือถึงนายกฯเร่งแก้ปัญหา
“จรัล” ชี้ภาคประชาชนสู้ยากขึ้นเพราะการเมืองแบ่งซีก ถูกตั้งข้อหาทำลายรัฐบาล ชาวปากมูลยื่นหนังสือถึงนายกฯเร่งแก้ปัญหา
วันที่ 15 ธ.ค. ที่ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี มีการจัดเวทีสาธารณะ 23 ปี การต่อสู้ของคนปากมูล กับเส้นทางการต่อสู้ของขบวนการภาคประชาชนและรำลึก 5ปี วินิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ และผองเพื่อนผู้จากไป
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การที่ประชาชนเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายด้วยกัน คือ การอยู่เพื่อสังคมที่เคยรับรู้การต่อสู้ของ “วนิดา” เคยบอกว่า “ฝากสังคมไทย ไว้กับภาคประชาชนทุกคน” ที่เคยร่วมต่อสู้เพื่อทวงสิทธิที่เป็นส่วนร่วมของคนยากจนที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ และเคยได้รับความยุติธรรม
อย่างกรณีเขื่อนปากมูล เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ที่ไม่สิ้นสุด การต่อสู้เพื่อลุ่มน้ำมูลแสดงให้เห็นศักยภาพที่ประกาศ การต่อสู้เพื่อทุนชีวิต ในการดำรงอยู่ภายใต้ความพอใจกับภาคการเกษตร ที่ผสมผสานกับเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เป็นทางเลือก ขัดแย้งกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นเพียงแค่ทุนนิยม ซึ่งไม่มีประชาชนคนใดต้องการให้รัฐบีบบังคับ ที่ผ่านมาพบว่าหลายรัฐบาลไม่มีความชอบธรรม ในการตอบสนองนโยบายสาธารณะ ซึ่งแนวคิดการต่อสู้ คือ ไม่แย่งชิงอำนาจฝ่ายใด แค่ขอให้บริหารจัดการพร้อมๆกับการเดินไปข้างหน้าของประชาชน ที่ควรมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากรทุกอย่าง
นพ.นิรันดร์ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ขณะนี้ ประชาชนต้องศึกษาแล้วว่าจะมีการแสดงออกด้านใด ลำดับแรก คือ การต่อสู้เพื่อที่ดิน เพื่อสร้างสรรค์นโยบายที่ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการสินแร่ การแข่งขันเพื่อป่า การต่อสู้เพื่อปกป้องลุ่มน้ำ เป็นไปเพื่อต่อต้านทุนนิยมที่เน้นประโยชน์ส่วนปัจเจก เพื่อเรียกร้องให้รัฐปกป้องวิถีชีวิตดั้งเดิมที่หล่อเลี้ยงประชาชน ไม่ใช่หล่อเลี้ยง ผู้มีอำนาจ ที่เป็น ทุนข้ามชาติ พยายามยัดเยียด อุตสาหกรรมการเกษตร และยัดเยียดความเป็นชนชั้นแรงงานภาคอุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อประชาชนกลุ่มใหญ่ ขณะที่นักการเมืองมัวแต่แย่งชิงอำนาจของผลประโยชน์ แล้วพลเมืองกลายเป็นเหยื่อของเสรีนิยม
“การต่อสู้ครั้งต่อไปของประชาชนควรเป็นไปเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต คือ ต่อสู้เรื่องสิทธิชุมชน ต้องมีส่วนร่วมในการส่งเสริมประชาธิปไตย ภาคการเกษตร และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายบริหารภาคทรัพยากร เช่น เรื่อง โฉนดชุมชน การประมงพื้นบ้าน การจัดการสินแร่ เพื่อไม่ให้ทุนข้ามชาติเข้ามากอบโกย นอกจากนี้ยังมีเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ภาคประชาชนต้องไม่นำเอาอุตสาหกรรมภาคการเกษตรที่เข้ามายัดเยียด แต่ต้องส่งเสริมการปลูกและผลิตอาหารเองที่มีมาดั้งเดิม สอดคล้องกับวิถีชีวิต มีความมั่นคงมาโดยตลอด ความรู้ที่สั่งสมมานาน เป็นหน้าที่ของประชาชน ซึ่งในวันนี้ต้องรำลึกถึงผลจากการต่อสู้ในอดีตและพัฒนารูปแบบการต่อสู้ต่อไป”
นางสุนี ไชยรส รองประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า บทเรียนจากปากมูล เป็นตัวอย่างผลกระทบที่สามารถนำไปอ้างในการสร้างเขื่อนอื่นๆ ได้ เช่น เรื่องที่รัฐอ้างเรื่องบันไดปลาโจน ในทุกเขื่อนที่จะสร้าง อาทิ เขื่อนไซยะบุรี เขื่อนฮัตจี สะท้อนว่า เขื่อนไม่มีประโยชน์ต่อคนกลุ่มใหญ่ แต่มีผลดีกับทุนนิยมที่กำลังขับเคลื่อนเรื่องเขื่อนต่อไป ขณะที่เรื่องที่ดิน ยังเป็นปัญหา กระจุกตัวอยู่แต่กลุ่มคนรวย ส่วนประชาชนอยู่ในฐานะผู้บุกรุก แล้วถูกจับกุม เสียชีวิตในสนามการต่อสู้ โดยที่ผ่านมาพบว่า รัฐบาลทุกยุค สั่งให้นายทุนและเจ้าของโครงการเจรจากับชาวบ้าน ขณะที่รัฐบาลไม่เคยยอมรับเรื่องร้องทุนของประชาชน ทำให้เกิดความขัดแย้งเอง และพยายามลอยตัวประชาชนให้เผชิญทุกข์อย่างเลื่อนลอย
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาหลักของการต่อสู้ภาคประชาชน คือ การต่อสู้ของพรรคการเมืองสองสี แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ก็มีทางอ้อม คือ การต่อสู้ของการเมืองสองสีทำให้ขบวนการภาคประชาชนมีความยุ่งยากมากกว่าเดิม เช่น กรณีที่เรียกร้องรัฐบาล เพื่อสิทธิของประชาชน หากสีใดครองอำนาจรัฐ ประชาชนเคลื่อนไหวต่อรัฐบาลใด กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลนั้นๆ ก็จะมองว่า ภาคประชาชนทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลฝ่ายตน จนถูกมองเหมารวมว่า เป็นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมักไม่มองปัญหาของคนส่วนมากแต่กลับมองว่าถูกอีกฝ่ายว่าจ้าง เพื่อการเคลื่อนไหว ทำให้ปัญหาไม่ถูกแก้ การรำลึก 5 ปี ของมด วนิดา จึงเป็นการตอกย้ำถึงการต่อสู้เพื่อกลุ่มคนรากหญ้า ไม่ใช่เพื่อสนับสนุนฝ่ายการเมือง
นางสมปอง เวียงจันทร์ ประธานคณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มน้ำมูล (ชชช.) ได้ยื่นหนังสือการแก้ปัญหาเขื่อนปากมูล ต่อ นายจรัล เพื่อนำส่งยังนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้นายกฯ เร่งรัดและออกคำสั่งมีการแก้ปัญหาเขื่อนปากมูลอย่างเป็นธรรม มีเนื้อหาเรียกร้องให้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ได้ปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมเป็นธรรม ที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอนุกรรมการ ซึ่งมีตัวแทนนักวิชาการ ข้าราชการและตัวแทนภาคประชาชนเป็นอนุกรรมการร่วมพิจารณาหลักเกณฑ์การแก้ไขด้วย โดยขอให้นายกให้ ประธานอนุกรรมการฯ ได้เรียกประชุมสมาชิกทั้งหมดเพื่อดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
โดย นางสมปอง กล่าวว่า จากการที่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูล ได้มาร่วมงานรำลึกฯ ในครั้งนี้ มีการรวบรวมรายชื่อกว่า 3,000 คน เพื่อยื่นหนังสือดังกล่าวแก่นายกรัฐมนตรี หลังจากที่ประชาชนทุกคนได้ร่วมต่อสู้เพื่อคัดค้านโครงการมาตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งมี มด วนิดา เป็นตัวแทนสมัชชาที่ร่วมต่อต้านโครงการอันทำลายคุณภาพชีวิตของคนลุ่มน้ำมูล มาเนิ่นนาน จึงอยากให้รัฐบาลมีการแก้ไขอย่างจริงจัง







