
ลำปางหมอกหนาเครื่องบินดีเลย์จอด2ชม.
ลำปางหมอกหนาทัศนวิสัยมองเห็นแย่ เครื่องบินจอดช้านาน 2 ชั่วโมง
ลำปางหมอกหนาทัศนวิสัยมองเห็นแย่ เครื่องบินจอดช้านาน 2 ชั่วโมง
สภาพอากาศที่หนาวเย็นและหมอกลงหนาจัดปกคลุมทั่วพื้นที่ จ.ลำปาง โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองลำปางนั้น ถือว่ามีหมอกหนา ปกคลุมพื้นที่ รถทุกคันที่วิ่งบนท้องถนนขาเข้าตัวเมืองลำปาง ต้องเปิดไฟหน้า และขับอย่างระมัดระวัง เพราะทัศนวิสัยการมองเห็น ในช่วงเช้าตรู่นี้ เหลือประมาณ 100 เมตร เท่านั้น ซึ่งจากสภาพอากาศดังกล่าว ถือว่าส่งผลกระทบต่ออากาศยาน ทำให้ทางสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ต้องติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานไปยังท่าอากาศยานลำปาง และหอบังคับการบินลำปาง ให้ได้รับทราบ เพื่อจะได้แจ้งเตือนไปยังนักบิน ที่จะนำเครื่องบินโดยสารขนาด 70 ที่นั่งของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ กรุงเทพมหานคร – ลำปาง บินมาลงจอดที่ท่าอากาศยานลำปาง
ทั้งนี้ ตามปกติจะต้องบินมาลงจอดเวลา 08.15 น. แต่ในวันนี้ สภาพอากาศปิดอย่างมาก จากหมอกหนา ซึ่งล่าสุดเมื่อ เวลา 08.00 น. จากการตรวจวัดทัศนวิสัยในการมองเห็น ก็ยังไม่ดีขึ้น วัดได้ประมาณ 200 เมตร เท่านั้น จึงส่งผลทำให้เครื่องบินโดยสาร ต้องจอดดีเลย์ อยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรอให้สภาพอากาศดีขึ้นกว่า 1,000 เมตร ถึงจะนำเครื่องบินขึ้น แล้วบินมายัง จ.ลำปาง โดยคาดว่าน่าจะบินมาลงจอดได้ในช่วงเวลา 10.30 น. สำหรับที่ตั้งของท่าอากาศยานลำปาง นั้น อยู่บริเวณ ต.พระบาท อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง ซึ่งถือว่า ตั้งอยู่ใกล้กับเขาสูงดอยพระบาท โดยอยู่ห่างท่าอากาศยานลำปางประมาณ 7 กิโลเมตร ถือว่าเป็นเขาสูง 700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ดังนั้น บริเวณที่ตั้งท่าอากาศยานลำปาง และรันเวย์ยาว 1,800 เมตร จึงมักจะมีหมอกหนาจัดแผ่ลงปกคลุมมากเป็นพิเศษ จากความหนาวเย็นที่แผ่ลงมาจากยอดเขาสูง
นายทิวา พันธ์ไม้สี หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง กล่าวว่า การที่เครื่องบินได้รับผลกระทบจากความหนาวเย็น และหมอกหนาจัดปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทางสายการบินเข้าใจต่อสภาพอากาศของ จ.ลำปาง ที่มักจะเจอความกดอากาศปกคลุมพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝน หรือฤดูหนาว ดังนั้น ในแต่ละปีในช่วงฤดูดังกล่าว การบินจึงได้รับผลกระทบบ่อยครั้ง จึงกลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้ว สำหรับสภาพอากาศที่หนาวเย็นในปีนี้นั้น ทางสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ประเมินสถานการณ์ไว้ว่า จะไม่หนาวเย็นเท่ากับปีที่ผ่านมา และจะเป็นช่วงฤดูหนาวที่สั้น โดยจะเกิดความหนาวเย็นไปจนถึงเดือนม.ค.ปีหน้า หากเข้าสู่เดือนก.พ. ความหนาวเย็นก็จะคลายลงเข้าสู่ฤดูร้อน โดยที่ช่วงเดือนธ.ค.ปีนี้ ไปจนถึงกลางเดือนม.ค.ปีหน้า จะหนาวเย็น และหนาวจัดที่สุดในช่วงฤดูหนาวปีนี้







