posttoday
หยุดกระตุ้นก่อหนี้

หยุดกระตุ้นก่อหนี้

03 ธันวาคม 2555

การก่อหนี้ครัวเรือนภายใต้สารพัดโครงการประชานิยมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

การก่อหนี้ครัวเรือนภายใต้สารพัดโครงการประชานิยมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ไม่เฉพาะตัวเลขการก่อหนี้เพื่อการบริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่สัญญาณหนี้เสียมีแนวโน้มรุนแรงเช่นกัน โดยสินเชื่อผิดนัดค้างชำระเกิน 3 เดือน เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 5 ไตรมาสติดต่อกัน โดยเฉพาะไตรมาส 3 หนี้เสียเพิ่มขึ้น 37.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณเตือนการก่อหนี้ครัวเรือนไปถึงรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมา ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่แถลงภาวะสังคมในช่วงไตรมาส 3 และแสดงความเป็นห่วงการก่อหนี้ครัวเรือนไม่แพ้กัน

แต่เหมือนรัฐบาลจะไม่ใส่ใจกับคำเตือนเหล่านี้ ซ้ำร้ายยังโหมกระตุ้นการบริโภคครัวเรือนต่อเนื่อง เช่น โครงการรถคันแรกที่ขณะนี้ยอดซื้อและยอดจองซื้อรถพุ่งไปที่ 6 แสนคัน จากเป้าหมาย 5 แสนคันแล้ว กรณีธนาคารออมสินที่จัดส่งจดหมาย 2 ล้านฉบับ เชิญชวนลูกหนี้ในโครงการธนาคารประชาชนมากู้เงินเพิ่ม

เช่นเดียวกับกองทุนตั้งตัวได้ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จะเป็นประธาน เปิดตัวในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ที่จะดึงเงินสถาบันการเงินของรัฐมาสมทบการปล่อยกู้กองทุนในสัดส่วน 2 เท่าของเงินกองทุน โดยในปี 2556 กองทุนกำหนดวงเงิน 5,000 ล้านบาท สถาบันการเงินรัฐสมทบอีก 1 หมื่นล้านบาท เร่งเร้าให้บัณฑิตจบใหม่กู้เงินมาลงทุนทำธุรกิจในฐานะเถ้าแก่ใหม่ แต่ไม่มีการเตรียมความพร้อมสุ่มเสี่ยงทำให้หนี้เสียอยู่ในระดับที่สูงลิ่ว เพราะเปิดโอกาสให้ก่อหนี้สูงถึงรายละ 3 ล้านบาททีเดียว

ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยืนยันว่า ไทยต้องสร้างกำลังซื้อภายในเพื่อขับดันให้เศรษฐกิจขยายตัวทดแทนการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นไข้จากวิกฤตเศรษฐกิจภายนอก พร้อมๆ กับการโหมลงทุนของภาครัฐ ทั้งการลงทุนระบบน้ำ 3.5 แสนล้านบาท การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ไม่นับรวมงบลงทุนปกติในปีหน้า

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอนาคต หยุดเสียทีการกระตุ้นให้ครัวเรือนก่อหนี้สินอย่างไม่ลืมหูลืมตา ที่มีผลบั่นทอนเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เพียงเพื่อให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจโป่งพองตามที่รัฐบาลพอใจ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังป่วยไข้

หากรัฐบาลยังโหมกระตุ้นให้ประชาชนหลงระเริงกับการจับจ่ายใช้สอยช่วงเวลาสั้นๆ ไม่มีการส่งเสริมให้ครัวเรือนมีการออมเพิ่มขึ้นอย่างที่เป็นอยู่นี้ เท่ากับทำให้ครัวเรือนไทยที่ไม่มีภูมิคุ้มกันหากเศรษฐกิจโลกมีอันเป็นไป สิ่งที่ตามมาไม่เพียงแค่ปัญหาปากท้องเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งปัญหาสังคมและอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นแบบฉุดไม่อยู่

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้