
บิ๊กบัง ชี้แก้ปัญหาการเมืองต้องรอ3ช่วงอายุคน
สนธิ เชื่อ ไทยเลือกคนดีเข้าสภาฯไม่ถึง 5% จะแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้ต้องรอ 3 ช่วงอายุคน
สนธิ เชื่อ ไทยเลือกคนดีเข้าสภาฯไม่ถึง 5% จะแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้ต้องรอ 3 ช่วงอายุคน
พลเอก สนธิ บุญยรัตนกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ได้กล่าวในการอภิปราย "ทิศทางประเทศไทยในอนาคต" ในการประชุมผู้บริหารพรรคการเมืองว่า ทุกคนต้องการที่จะเป็นประชาธิปไตย แต่วันนี้คนไทยขัดแย้งกัน เพราะมีความคิดที่ไม่เหมือนกันซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากประเทศไทยมีการแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน จึงต้องทำอย่างไรให้คนไทยรวมกันได้ ทั้งนี้มองว่าพรรคการเมืองยังมุ่งแต่ชัยชนะ แต่ไม่ได้ทำให้ประชาชนเข้าใจประชาธิปไตย เนื่องจากที่ผ่านมานักการเมืองให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ และการเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้งมากกว่าอย่างอื่น อย่างไรก็ตามทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ยังทำแต่เรื่องมวลชน
ทั้งนี้เชื่อว่าคนไทยไม่ถึงร้อยละ 5 ที่เลือกคนดีเข้าสภา ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย คนที่เข้ามาในสภาจึงยังไม่ดีพอ และอุดมการณ์ทางการเมืองยังน้อย การเลือกตั้งทุกที่จึงต้องมีปัจจัยในการสนับสนุน เช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ฝ่ายค้านอภิปรายแต่เรื่องการทุจริต ทั้งที่นายกรัฐมนตรีก็ประกาศอยู่เสมอว่าจะปราบปรามการทุจริต แต่คำถามคือ สามารถปราบปรามได้หรือไม่ นอกจากนี้ถ้าประเทศใดไม่มีความเป็นชาตินิยมการขับเคลื่อนทางการเมืองก็จะมีปัญหา ส่วนตัวมองว่าประเทศไทยเรื่องเศรษฐกิจยังเดินได้ แต่ปัญหาทางการเมืองยังแก้ไขยาก
พลเอกสนธิ เชื่อว่าการแก้ปัญหาการเมืองได้ต้องใช้เวลา 3 ช่วงอายุคน จึงจะปกติ ส่วนตัวเชื่อว่าการเคลื่อนไหวทุกครั้งไม่ได้เกิดจากความบริสุทธิ์ใจ รัฐบาลจึงไม่ยอม และการทำรัฐประหารก็อาจขึ้นโดยประชาชน ซึ่งต้องมีเหตุมีผล หากรัฐบาลบริหารดีก็คงจะไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น
ในเรื่องความปรองดองพลเอกสนธิมองว่าวันนี้วิกฤตของชาติรุนแรง จึงต้องรีบปรองดอง และหากทุกคนในสภาเห็นด้วยกับการปรองดอง เชื่อว่านอกสภาก็จะเห็นด้วย จึงควรมองข้ามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้แล้ว หากใครมองตนมาทำเรื่องปรองดองเพราะไม่รักประเทศ ถือว่าคิดผิด เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ทราบว่าตนคิดอะไร แต่เรื่องยุทธศาสตร์บอกได้เป็นบางส่วน ซึ่งใน พ.ร.บ.ปรองดองไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ทักษิณ เงิน 4.6 หมื่นล้านก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาคืน แต่คดีทางการเมืองควรจะให้อภัยกัน
พลเอกสนธิ ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม โดยระบุว่า ต้องดูว่ามีทุนและอุดมการณ์และลักษณะผู้นำมีพอหรือไม่ แต่วันนี้ทุกปัจจัยยังไม่เพียงพอ หากมีการชุมนุมอีกและหวังจะให้เกิดผลทางการเมืองถือว่าทำได้ยาก







