posttoday
แผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ

แผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ

29 พฤศจิกายน 2555

เศรษฐกร ทีมนโยบายเงินทุนเคลื่อนย้ายสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

เศรษฐกร ทีมนโยบายเงินทุนเคลื่อนย้ายสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

โดย...ชิดชนก อันโนนจารย์

เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินข่าวที่แบงก์ชาติประกาศผ่อนคลายเกณฑ์เงินทุนที่ให้คนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศหลายประเภท ซึ่งความจริงการผ่อนคลายนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ที่แบงก์ชาติได้ริเริ่มพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง หลายคนคงเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมแบงก์ชาติต้องจัดทำแผน

ต้องขอย้อนไปดูยุคแรกเริ่มของการผ่อนคลายเกณฑ์เงินทุนของไทยก่อนว่ามีที่มาอย่างไร ในด้านเงินทุนขาเข้าจากต่างชาตินั้น ไทยค่อนข้างเปิดเสรีมานานแล้ว นับแต่ปี 2533 ที่ไทยยกเลิกการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการค้าตามพันธะข้อ 8 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และปี 2536 ที่ไทยเปิดเสรีทางการเงินและตั้งกิจการวิเทศธนกิจ (BIBFs) เพื่อสนับสนุนการค้าและการลงทุนในประเทศ

ขณะที่เงินทุนขาออกของคนไทยก็ค่อยๆ เริ่มพัฒนามาเป็นลำดับ โดยคนไทยเริ่มออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ในรูปการตั้งกิจการตั้งแต่ปี 2534 และได้เริ่มออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ในปี 2545 โดยล่าสุดในปี 2554 ไทยกลายเป็นผู้ลงทุนโดยตรงในต่างประเทศมากกว่าที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยตรงในไทย

ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากที่แบงก์ชาติอนุญาตให้บริษัทไทยสามารถออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้เสรีตั้งแต่เดือน ต.ค. 2553 แต่แม้คนไทยจะทยอยออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกณฑ์เงินทุนด้านขาออกยังติดข้อจำกัดอยู่อีกหลายประการจากระดับการเปิดเสรีเงินทุนด้านขาเข้าที่เปิดเสรีเกือบหมดแล้ว แต่ด้านขาออกที่ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างนั้น ทำให้ไทยพบกับปัญหาหลัก 3 อย่าง คือ การลงทุนของคนไทยกระจุกตัวในประเทศมากเกินไป ความไม่สมดุลของเงินทุนขาเข้ากับขาออก และตลาดการเงินโดยเฉพาะตลาดเงินตราต่างประเทศยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร

แบงก์ชาติจึงเห็นว่าการเปิดเสรีเงินทุนด้านขาออกให้มากขึ้นจะเป็นทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการเปิดเสรีเงินทุนของไทยจะเป็นแบบบูรณาการและเปิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจในทิศทางการเปิดเสรีที่ตรงกัน และเอื้อให้เกิดการปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที

เป้าหมายหลักของการเปิดเสรีมี 3 ข้อ คือ

1.สนับสนุนการกระจายการลงทุนของคนไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในการลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน รวมทั้งแสวงหาตลาด ทรัพยากรธรรมชาติ และแรงงานได้มากขึ้น

2.สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเอื้อให้เกิดความสมดุลของเงินทุน ซึ่งส่วนหนึ่งจะช่วยให้เงินบาทเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง และป้องกันการเก็งกำไรในทิศทางค่าเงินได้ระดับหนึ่ง

3.กระตุ้นการพัฒนาตลาดการเงินของไทยทั้งในด้านความลึกและความกว้าง ซึ่งรวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้เล่นและปริมาณการทำธุรกรรมในตลาด ความหลากหลายของเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุน ความง่ายในการเข้าถึงตลาดของนักลงทุนรายย่อย รวมทั้งการลดต้นทุนในการทำธุรกรรม

หากการพัฒนาแผนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คาดว่าจะช่วยให้ไทยสามารถกระจายความเสี่ยง รวมทั้งเพิ่มการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจทั้งด้านการผลิต การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภายใต้กระแสการรวมตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน (AEC) ซึ่งจะช่วยสร้างและรักษาความมั่งคั่งและการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว เช่น ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 บริษัทไทยที่ออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศในช่วงก่อนหน้าได้นำเงินกลับมาช่วยพยุงฐานะการเงินของบริษัทแม่ในไทย เหมือนกับที่เกิดขึ้นล่าสุดในญี่ปุ่น ซึ่งประสบภัยพิบัติสึนามิ บริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในต่างประเทศได้ส่งเงินกลับมาช่วยเหลือบริษัทแม่ในญี่ปุ่นเช่นกัน

แผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศจึงเน้นการทยอยปลดล็อกและเปิดประตูให้นักลงทุนไทยสามารถออกไปลงทุนในต่างประเทศได้สะดวกขึ้น ผ่านการผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนต่างๆ ที่ยังคงเป็นอุปสรรคอยู่

ปี 25552556 เป็นระยะแรกที่แผนแม่บทมีการประกาศใช้ โดยหลักๆ จะเป็นการผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนต่างๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนของนักลงทุนไทย และเพื่อให้นักลงทุนมีความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น ซึ่งแบงก์ชาติจะเริ่มเปิดประตูผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนใน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่

(1) ผ่อนคลายให้บุคคลธรรมดาลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้โดยไม่จำกัดวงเงิน จากเดิมที่อนุญาตให้เฉพาะนิติบุคคลออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้อย่างเสรี เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนผ่านการขยายตลาดและเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตระหว่างประเทศ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชน

(2) ผ่อนคลายการลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ โดยอนุญาตให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องผ่านโบรกเกอร์ อนุญาตให้นักลงทุนไทยระดมทุนโดยการออกตราสารสกุลเงินต่างประเทศได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ จากเดิมที่สามารถออกตราสารดังกล่าวได้เฉพาะในต่างประเทศเท่านั้น และยกเลิกการจำกัดวงเงินผู้ลงทุนต่อราย เพื่อเพิ่มช่องทางในการลงทุนและกระจายความเสี่ยง และทำให้หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยน่าสนใจมากขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อรองรับกับการรวมตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน (AEC) แบงก์ชาติยังผ่อนผันเกณฑ์การโอนเงินตราต่างประเทศสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ผ่าน ASEAN Trading Link ซึ่งเป็นกระดานซื้อขายหลักทรัพย์กลางของอาเซียน เพื่อให้ตลาดทุนของภูมิภาคมีขนาดใหญ่ และมีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้น

(3) อนุญาตให้คนไทยที่ต้องใช้จ่ายเป็นเงินสกุลต่างประเทศ เช่น ผู้นำเข้าสามารถฝากเงินสกุลต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit) กับสถาบันการเงินในไทยได้โดยไม่จำกัดวงเงินและระยะเวลา และอนุญาตให้คนไทยที่ลงทุนในต่างประเทศสามารถยกเลิกการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Unwind Hedging) ที่ตนเองเคยทำเอาไว้ได้อย่างเสรี เพื่อให้มีความคล่องตัวในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น

(4) ผ่อนคลายมาตรการอื่นๆ เช่น อนุญาตให้ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Nonresident) ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในไทย สามารถกู้เงินบาทจากสถาบันการเงินในไทยได้โดยตรง และขยายวงเงินในการทำธุรกิจ Money Changer/Money Transfer เพื่อให้มีความคล่องตัวในการให้บริการแลกเปลี่ยนและโอนเงินตราต่างประเทศมากขึ้น เป็นต้น

การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คาดว่าจะทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างคล่องตัว และเสริมสร้างศักยภาพในการลงทุนจากความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะนำมาสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของนักลงทุน ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล นักลงทุนสถาบัน และตลาดทุนไทยเอง

ส่วนการผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนในระยะต่อไปนั้น จะพิจารณาจากผลการประเมินการผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนในระยะแรก (ปี 25552556) และความพร้อมด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบข้อมูลที่ใช้ติดตามและกำกับดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย ความสอดคล้องกับการเปิดเสรีภาคสถาบันการเงิน ความรู้ทางการเงินของนักลงทุนไทย และเสถียรภาพของตลาดการเงินในประเทศ

หากเห็นว่าไทยมีความพร้อมเพียงพอแล้ว ก็จะพิจารณาผ่อนคลายเกณฑ์อื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป เช่น อาจอนุญาตให้คนไทยลงทุนและทำธุรกรรมในต่างประเทศได้สะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่านสถาบันตัวกลางในประเทศ และมีมาตรการดูแลเงินทุนเท่าที่จำเป็นตามสถานการณ์ที่เหมาะสมในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน