posttoday
มองอนาคตโลกในอีก  30 ปีข้างหน้า (ภาค 2)

มองอนาคตโลกในอีก 30 ปีข้างหน้า (ภาค 2)

27 พฤศจิกายน 2555

เรายังอยู่ในเรื่องอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรและปัญหาในสังคมเมืองที่จะเห็นภาพการเจริญพันธุ์ของคนไทยมีแนวโน้มลดลง

โดย...โชติชัย สุวรรณาภรณ์

เรายังอยู่ในเรื่องอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรและปัญหาในสังคมเมืองที่จะเห็นภาพการเจริญพันธุ์ของคนไทยมีแนวโน้มลดลง อายุขัยเฉลี่ยของคนจะเพิ่มขึ้นและก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากการคาดการณ์แนวโน้มอายุขัยเฉลี่ยในอนาคตพบว่า ในช่วงปี 2050 ประชากรโลกจะมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 75.6 ปี ขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2050 โลกจะมีสัดส่วนประชากรวัยเด็กอยู่เพียง 20.87%

สำหรับประเทศไทยประชากรผู้สูงวัยจะมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ค.ศ. 2030 คาดการณ์ว่าจะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยประมาณ 17.4% เพิ่มจากปี ค.ศ. 2012 ซึ่งมีเพียง 9.5%

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าโลกในอนาคตกำลังขยายสู่ความเป็นเมืองเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ก่อให้เกิดเป็นเมืองอุตสาหกรรมสร้างกระแสการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่เมืองเป็นจำนวนมาก โดยประเทศกำลังพัฒนาจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งการขยายตัวของเมืองดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาการกระจุกตัวของความยากจนในเขตเมือง การขาดแคลนที่อยู่อาศัยของประชากรเมือง ความไม่เพียงพอของการให้บริการจากหน่วยงานรัฐบาล ทั้งทางด้านการศึกษาและสวัสดิการอื่นๆ

การกระจุกตัวของเมืองยังทำให้เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อม ทั้งการลดพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อนำมาทำที่อยู่อาศัย ปัญหาการก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำสู่ปัญหาทางด้านความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชากรเมือง ปัญหาสุขภาพทางร่างกายและจิตใจรวมถึงปัญหาการเพิ่มขึ้นของการก่ออาชญากรรม ในเขตเมืองทั่วโลก

ทั้งนี้ จากทิศทางการพัฒนาประเทศตามแนวทางตะวันตก และแนวทางสากลที่มุ่งสู่ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ทำให้สังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรมหรือสังคมเมืองมากยิ่งขึ้น โดยสัดส่วนจำนวนของประชากรในเขตเมืองในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี ค.ศ. 2010 ประเทศไทยมีจำนวนประชากรเมืองคิดเป็น 33.73% และเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 37.97% ในปี ค.ศ. 2020 และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2030 ประเทศไทยจะมีจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยในเขตเมืองคิดเป็น 43.70% ซึ่งแสดงถึงสังคมไทยในอนาคตจะมีประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดเข้ามาอยู่อาศัยในเขตเมือง เช่นเดียวกันกับการโยกย้ายถิ่นฐาน พบว่าในอนาคตจะมีการโยกย้ายถิ่นข้ามชาติเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้านการเข้าเมืองที่มีแนวโน้มเป็นสากลและยืดหยุ่นมากขึ้น

สำหรับโครงสร้างครัวเรือนจะมีขนาดเล็กลง โดยคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2030 ผู้ที่อาศัยอยู่แบบครอบครัวเดี่ยวเพียงคนเดียวในครัวเรือนจะมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร เป็นต้น ส่วนคู่สมรสในหลายประเทศที่อยู่ในกลุ่ม OECD ถูกคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มที่จะครองชีวิตคู่โดยไม่มีบุตรมากขึ้น ในขณะเดียวกันอัตราการหย่าร้างของประชากรโลกก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

เช่นเดียวกัน สำหรับโครงสร้างครัวเรือนไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตที่ครอบครัวไทยจะมีลักษณะของครอบครัวใหญ่ มีการอยู่ร่วมกันแบบระบบเครือญาติ และมีการอยู่ร่วมกันอย่างน้อย 3 รุ่น โดยมีแนวโน้มที่จะมีโครงสร้างครัวเรือนเล็กลงกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากยิ่งขึ้น และมีรูปแบบการอยู่อาศัยในลักษณะใหม่ๆ เช่น อยู่คนเดียว อยู่กับคนที่ไม่ใช่ญาติมากขึ้น ในขณะที่แนวโน้มความสัมพันธ์ในครอบครัวมีความเปราะบางมากขึ้น อันเนื่องมาจากการพัฒนาและการแข่งขันทางวัตถุ ทำให้ครอบครัวขาดความอบอุ่นและอ่อนแอ อัตราการหย่าร้างของคนไทยจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

เห็นมั้ยล่ะครับว่า สังคมโลกและสังคมไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคต ทำให้รัฐบาลต้องเตรียมรองรับทางนโยบายไม่ว่าจะเป็นนโยบายดูแลผู้สูงอายุ และนโยบายการจัดผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนเมือง

ในครั้งหน้าผมจะขอวิเคราะห์ทิศทางด้านสังคมต่อในประเด็นเรื่องสุขภาพ การศึกษา และวัฒนธรรมนะครับ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน