
โยงสัมพันธ์งทักษิณ-สยามอินดิก้า'
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพิ่มอุณหภูมิร้อนขึ้น เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจ
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพิ่มอุณหภูมิร้อนขึ้น เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โจมตีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว พุ่งเป้าไปที่การซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยระบุว่า บริษัทคู่ค้าในประเทศจีนตามที่รัฐบาลยืนยันนั้น ไม่มีจริง แต่เป็นบริษัทผีที่ตั้งขึ้นมารับข้าว หาทางลงให้โครงการและมีการเอื้อผลประโยชน์กัน
นพ.วรงค์ ขยายความว่า รัฐบาลอ้างว่าการขายข้าวให้รัฐบาลจีนมีการตั้งบริษัทขึ้นมารับซื้อข้าวรัฐบาลตามเงื่อนไขจีทูจี แต่จากการตรวจสอบพบว่าบริษัท “จีเอสเอสจี อิมพ์แอนด์เอ็กซ์พอร์ต” ตั้งอยู่นครกว่างโจว ประเทศจีน ที่รับซื้อข้าวจากรัฐบาลนั้นมีชื่อ รัฐนิธ โสจิรกุล หรือ “ปาล์ม” เป็นผู้มีอำนาจของบริษัทลงนามมอบอำนาจให้กับ “นิมล รักดี” ที่อยู่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ให้เป็นผู้มีอำนาจในการลงนามแทน ตรวจสอบแล้วพบว่ารัฐนิธแท้จริงแล้วเป็นผู้ช่วยลำดับที่ 3 ของ รพีพรรณ พงศ์เรืองรอง สส. พรรคเพื่อไทย ภรรยาของ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง
“รัฐนิธ หรือ ‘ไอ้ปาล์ม’ เคยเป็นนักศึกษาในหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า อายุ 32 ปี มีเงินฝากในธนาคารกรุงไทยค้างอยู่เพียง 64.63 บาท ไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลจะค้าขายข้าวจีทูจีเป็นเงินหมื่นแสนล้านกับ ‘ไอ้ปาล์ม’ ที่เครดิตเงินฝากในธนาคารเพียง 64 บาท”
ส่วน “นิมล” หมอวรงค์ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้รับมอบอำนาจของบริษัทจีน ตรวจสอบพบว่าเป็นคนในพื้นที่ จ.พิจิตร นามว่า “เสี่ยโจ” คนในพื้นที่รู้จักดีในฐานะมือขวาของ “เสี่ยเปี๋ยง” หรือ อภิชาติ จันทร์สกุลพร บุคคลรายนี้เป็นเจ้าของบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง มีประวัติเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในปี 2546-2547 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริฯ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สยามอินดิก้า บริษัทใหญ่ที่รับข้าวจากโครงการรับจำนำของรัฐบาล
นพ.วรงค์ ยังเปิดภาพถ่าย “เสี่ยเปี๋ยง” กับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเขาอ้างว่าเป็นภาพที่ถ่ายร่วมกันที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 45 ต.ค. 2555 เท่ากับตอกย้ำความสัมพันธ์ของสยามอินดิก้าที่แนบแน่นกับรัฐบาล
สส.พิษณุโลกรายนี้ระบุว่า เห็นได้ชัดว่าการขายข้าวจีทูจีของรัฐบาลไม่มีจริง เป็นการซื้อขายกับบริษัทผีที่มีเพียงชื่อ และให้พรรคพวกตัวเองเป็นผู้ดำเนินการซื้อขายข้าวกับรัฐบาล การที่รัฐบาลยอมนำ “หัว” ของบริษัทจีนมาทำสัญญาแบบจีทูจีเป็นเพราะต้องการเลี่ยงการประมูล ซึ่งมีราคาสูง
“เรื่องนี้นายกฯ ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ เพราะนายกฯ ทราบข้อมูล ถือว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกับรัฐมนตรีในการกระทำทุจริต มีหลักฐานชัดที่นายกฯ เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลระบุว่ามีการขายจีทูจีจริง ขอเสนอให้ท่านไถ่บาปด้วยการปลด รมว.พาณิชย์ และนายกฯ ควรพิจารณาตัวเองขึ้นสู่หลักประหาร”
นพ.วรงค์ ยังอภิปรายย้ำว่า เงินจากการขายจีทูจีก็ไม่มีจริงเช่นกัน โดยเฉพาะเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท ที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาบอกว่าได้จากการขายข้าวจีทูจี ทั้งนี้มีผู้หวังดีส่งข้อมูลเป็นบัญชีข้าวของรัฐบาลมายังพรรคประชาธิปัตย์ เป็นบัญชีออมทรัพย์ของกรมการค้าต่างประเทศ เลขที่ 38500950455 เป็นข้อมูลในช่วงวันที่ 28 ก.ย.-15 ต.ค. ที่รัฐบาลอ้างว่าจะมีการขายข้าวแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ พบว่าไม่ได้เป็นการโอนมาจากต่างประเทศ แต่มีการถอนเงินจากธนาคารใหญ่ในหลายลักษณะ ทั้งแคชเชียร์เช็ค การถอนเงิน หรือการโอนเงินจากธนาคารใหญ่







