
หยุดเจรจาทีพีพี
การประกาศการเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี)
การประกาศการเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี)
ระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย กับนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ จะมีผลผูกพันทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยยังไม่มีรายละเอียดใดๆ เปิดเผยออกมาสู่สาธารณชน รวมทั้งยังไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงผลดีและผลเสียที่จะเกิดขึ้น จะส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากกว่าการเร่งรีบประกาศเข้าร่วมการเจรจา ดังนั้นเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ รัฐบาลจะต้องชะลอการประกาศเข้าร่วมเจรจาทีพีพีออกไปก่อน
ทั้งนี้ ก็เพราะความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ในส่วนของสหรัฐมีท่าทีที่ชัดเจนที่ต้องการจะบรรจุความต้องการและผลประโยชน์ของบริษัทข้ามชาติของสหรัฐ ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับในการเจรจากับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในองค์กรการค้าโลก ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบและจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง เช่น การเข้าถึงยาและสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งจะมีการผูกขาดข้อมูลทางยา รวมทั้งการขยายอายุสิทธิบัตรยาให้ยาวนานออกไปอีก ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการผลิตยาที่มีคุณภาพขึ้นมาใช้เองโดยองค์การเภสัชกรรม ทำให้ประเทศไทยขาดเสถียรภาพทางยา เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศถึง 70%
นอกจากเรื่องยาแล้วการอนุญาตให้จดสิทธิบัตรพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ ซึ่งประเทศไทยมีความหลากหลายทางพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ในระดับต้นๆ ของโลก แต่ยังขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการนำพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์เหล่านั้น ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพจะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบสหรัฐในหลายกรณี ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับสินค้าเกษตรของไทยและสมุนไพรไทยหลายรายการ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรของไทย ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ
ขณะที่ด้านการเงินก็มีความพยายามที่จะเปิดเสรีทางการเงิน เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้ 100% และสามารถเคลื่อนย้ายเงินทุนได้โดยเสรี ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจากเงินทุนไหลออก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น ขณะที่รัฐบาลเตรียมที่จะประกาศเข้าร่วมเจรจาทีพีพีในสินค้าทั้งหมด 26 รายการ ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ออกมา ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ชาติรัฐบาลจะต้องชะลอการประกาศเข้าร่วมเจรจาทีพีพีออกไปก่อนจนกว่าทุกอย่างจะมีความชัดเจน







