posttoday
ผลกระทบของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่มีผลต่อตลาดหุ้นโลก

ผลกระทบของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่มีผลต่อตลาดหุ้นโลก

12 พฤศจิกายน 2555

ในที่สุดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านประธานาธิบดีโอบามาที่ได้รับการเลือกตั้งอีกวาระหนึ่ง การเลือกตั้งในครั้งนี้นับได้ว่าสูสี คู่คี่ เชือดเฉือนกันได้อย่างน่าตื่นเต้น ไม่ว่าใครเป็นผู้ชนะก็จะพบกับภารกิจสุดหินที่มีความสำคัญ ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ นั่นคือประเด็นการจัดการกับปัญหาการขาดดุลเรื้อรัง หรือที่เรียกว่า “Fiscal Cliff” ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลกตอนนี้ เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายๆ ตัว ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาเคยออกมาใช้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษี ทั้งการใช้จ่ายให้เงินอุดหนุน มันจะหมดอายุลงพร้อมๆ กันปลายปีนี้ ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ออกไป ก็จะทำให้รายจ่ายภาครัฐของสหรัฐลดลงอย่างมหาศาลในปีหน้า และจะส่งผลกระทบต่อ GDP ของสหรัฐอย่างมากเช่นกัน และอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวและอาจเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้

ในที่สุดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านประธานาธิบดีโอบามาที่ได้รับการเลือกตั้งอีกวาระหนึ่ง การเลือกตั้งในครั้งนี้นับได้ว่าสูสี คู่คี่ เชือดเฉือนกันได้อย่างน่าตื่นเต้น ไม่ว่าใครเป็นผู้ชนะก็จะพบกับภารกิจสุดหินที่มีความสำคัญ ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ นั่นคือประเด็นการจัดการกับปัญหาการขาดดุลเรื้อรัง หรือที่เรียกว่า “Fiscal Cliff” ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลกตอนนี้ เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายๆ ตัว ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาเคยออกมาใช้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษี ทั้งการใช้จ่ายให้เงินอุดหนุน มันจะหมดอายุลงพร้อมๆ กันปลายปีนี้ ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ออกไป ก็จะทำให้รายจ่ายภาครัฐของสหรัฐลดลงอย่างมหาศาลในปีหน้า และจะส่งผลกระทบต่อ GDP ของสหรัฐอย่างมากเช่นกัน และอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวและอาจเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้

สิ่งที่น่าสนใจตามมาก็คือ ผลกระทบของการเลือกตั้งในครั้งนี้ที่มีต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยในวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ตอบรับในเชิงบวก ซึ่งสอดคล้องกับสถิติในอดีต แต่หลังจากนี้เชื่อว่าตลาดหุ้นจะกลับเข้าสู่สภาวะชะงักงัน และดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกอาจมีการปรับฐานสักระยะหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งเพื่อรอดูผลของการตัดสินใจเกี่ยวกับ Fiscal Cliff ว่าจะจบลงอย่างไร ซึ่งจะขึ้นอยู่กับมาตรการที่จะต่อว่ามีมาตรการอะไรบ้าง และจะต่อมาตรการเหล่านั้นอย่างไร เช่น การขึ้นภาษี จะขึ้นภาษีในอัตราเท่าใด หรือการลดรายจ่ายภาครัฐจะลดลงมากเพียงใด และจะลดในส่วนใด และอายุมาตรการใหม่จะยาวแค่ไหน รายละเอียดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นรายละเอียดที่ยังไม่ได้รับการชี้แจง ดังนั้นภาวะการลงทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินทรัพย์เสี่ยงจึงมีความผันผวนเป็นอย่างสูง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ประธานาธิบดีโอบามาได้รับการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าโอกาสที่สหรัฐจะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อนั้นมีสูง เนื่องจากโอกาสที่ นายเบน เบอนันกีน่าจะอยู่ทำงานต่อมีสูง ส่งผลให้นโยบายทางการเงินการคลังมีความต่อเนื่อง นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน เช่น QE 3 ก็อาจถูกงัดนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐน่าจะอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐลดลง และนักลงทุนหันไปลงทุนในประเทศอื่น ทำให้เชื่อได้ว่าเงินยังน่าจะไหลเข้าประเทศในแถบเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย เพราะประธานาธิบดีโอบามามีนโยบายที่เป็นมิตรกับประเทศในทวีปเอเชียอยู่แล้ว ดังนั้นก็คาดการณ์ได้ว่า ภายหลังที่ตลาดหุ้นทั่วโลกขึ้นรับประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ก็จะปรับฐาน ชะงักสักพัก และมีแนวโน้มขึ้นต่อหลังปัญหา Fiscal Cliff คลี่คลายในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า

แต่หากท่านประธานาธิบดีโอบามาไม่สามารถปลดล็อกปัญหา Fiscal Cliff ได้ ก็เชื่อได้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกน่าจะตกอย่างแรง ดังนั้นนักลงทุนควรเตรียมรับมือหากสถานการณ์ทางการคลังของสหรัฐ “เอาไม่อยู่” ไม่เป็นไปตามคาดด้วยนะครับ สำหรับคาถาที่ขลังอยู่เสมอเมื่อวันนั้นมาถึงก็คือ “โกยเถอะโยม” และ “เงินสด” เท่านั้นที่เป็นสินทรัพย์ที่น่ามีไว้ครอบครองอย่างยิ่งครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน