
ภูมิคุ้มกัน
“เรียกผมว่าหมอประดิษฐเหมือนเดิมก็ได้ครับ” นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ใหม่ถอดด้าม โพล่งบทสนทนาแรก เมื่อถูกเรียกว่า “ท่านรัฐมนตรี” ... “ภูมิคุ้มกัน” ขออนุญาตตีความ “ผมยังเป็นหมอครับ ไม่ใช่นักการเมือง” อิอิ ...
“เรียกผมว่าหมอประดิษฐเหมือนเดิมก็ได้ครับ” นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ใหม่ถอดด้าม โพล่งบทสนทนาแรก เมื่อถูกเรียกว่า “ท่านรัฐมนตรี” ... “ภูมิคุ้มกัน” ขออนุญาตตีความ “ผมยังเป็นหมอครับ ไม่ใช่นักการเมือง” อิอิ ...
...ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาภารกิจของ นพ.ประดิษฐ น่าจับตา และขอเป็นกำลังใจให้...
...เริ่มจากมอบนโยบายข้าราชการระดับสูง ประกาศชัดประเมินผลงานด้วย Key Performance Index หรือ KPI เท่านั้น นัยว่าวัดผลด้วยผลงานเชิงประจักษ์...งานนี้ “กำลังภายใน” ไม่เกี่ยว...
...นโยบายศูนย์กลางทางการแพทย์ หรือ เมดิคัลฮับ ดูจะจับต้องได้ในยุคนี้ เบื้องต้นให้ภาพ “โรงพยาบาลเอกชน” เป็นพระเอก เหตุผลคือหากใช้โรงพยาบาลรัฐด้วยจะกระทบต่อสุขภาพชาวไทย...จากนั้นให้ข้อมูลเพิ่มอัตราการเติบโตของธุรกิจสุขภาพสูงถึง 16% คาดภายใน 5 ปี จะเพิ่มเป็น 2 เท่า พร้อมสำทับความเชื่อมั่น “ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย” ล่าสุดประเทศกาตาร์ แสดงเจตจำนงต่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ว่าพร้อมจะเข้ามาลงทุนอีกด้วย...สดับตรับฟังดูแล้วอนาคตสดใส ในตลาดทุน “หุ้นโรงพยาบาลเอกชน” ยิ้มร่า ทว่าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงข้อเคลือบแคลงที่เกิดขึ้น ซึ่งพุ่งเป้าไปยัง “สายสัมพันธ์แพทย์พาณิชย์”...
...จุดยืนของรัฐมนตรีประดิษฐตามท่วงทำนองและถ้อยแถลง ภาพลักษณ์ “นักบริหาร” ยังคงดำรงอยู่ชัด... หากยืนระยะด้วยประโยชน์ส่วนรวมข้อเคลือบแคลงในสายสัมพันธ์ “การเมืองแพทย์พาณิชย์” ย่อมถูกลบ ท้ายที่สุดบุคลิกจะกลายเป็น “จุดแข็ง” และเกิดเป็นความแปลกใหม่ท้าทาย เมื่อเปรียบเทียบกับยุคก่อนๆ...
...แม้ส่วนกลางอย่าง สธ.จะยืนยันว่าสามารถกำราบ “ไข้คอตีบ” ได้อยู่หมัดแล้ว แต่สถานการณ์จากส่วนภูมิภาคกลับโน้มเอียงไปสู่ “ขั้นวิกฤต”







