
เร่งเกณฑ์ควบกิจการรับมือเปิดเสรีการเงิน
เร่งเกณฑ์ควบรวมกิจการ เคาะภายใน 3 เดือนต้องจบ เตรียมพร้อมก่อนเปิดเออีซี
เร่งเกณฑ์ควบรวมกิจการ เคาะภายใน 3 เดือนต้องจบ เตรียมพร้อมก่อนเปิดเออีซี
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการจัดทำเกณฑ์ควบรวมกิจการ ภายใต้ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ว่า เร็วๆ นี้ คณะอนุกรรมการจัดทำเกณฑ์การควบรวมกิจการ และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าจะประชุมพิจารณาจัดทำเกณฑ์ดังกล่าวให้เสร็จใน 3 เดือน ตามที่คณะกรรมการแข่งขันทางการค้ากำหนด เพื่อให้มีผลก่อนการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่จะเปิดเสรีเงินทุน ธุรกิจอาเซียนอาจควบรวมกันมากขึ้น หรือมีธุรกิจนอกอาเซียนเข้ามาควบรวมเพิ่มอาจทำให้ผูกขาดตลาด
สิ่งที่จะต้องกำหนดมีทั้งส่วนแบ่งตลาด และมูลค่ายอดขาย ต้องแยกเป็นเกณฑ์เฉพาะของธุรกิจทั่วไป และธุรกิจการเงิน โดยคณะอนุกรรมการฯ จะนำผลศึกษาก่อนหน้านี้ในปี 2543 มาพิจารณาด้วย ซึ่งครั้งนั้นกำหนดให้ธุรกิจที่ควบรวมหากมีส่วนแบ่งตลาด 1 ใน 3 ของตลาดรวม มีมูลค่ายอดขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป มีทรัพย์สินเกิน 25% มีการซื้อหุ้นเกิน 25% จะต้องมาขออนุญาตการควบรวมจากคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าก่อน
นอกจากนี้ ยังมีผลศึกษาปี 2546 ได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ ธุรกิจทั่วไป หากควบรวมแล้วมีสัดส่วน 1 ใน 3 มีมูลค่ายอดขาย 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ต้องขออนุญาต ส่วนธุรกิจการเงิน หากควบรวมแล้วมีสัดส่วน 1 ใน 3 มีมูลค่ายอดขาย 1 แสนล้านบาทขึ้นไป ต้องขออนุญาต หากไม่ขออนุญาต แล้วทำธุรกิจแบบผูกขาด จนมีผลให้ธุรกิจคู่แข่งเสียหายจะมีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท หรือทั้งจำและทั้งปรับ กรณีทำผิดซ้ำต้องโทษทวีคูณ
นายสันติชัย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ในประเด็นต่างๆ เพื่อทำให้ทันสมัยมากขึ้น เช่น เกณฑ์การมีอำนาจเหนือตลาด จำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าการมีอำนาจเหนือตลาด จะต้องรวมถึงบริษัทแม่ที่แตกออกเป็นบริษัทลูกหลายๆ บริษัทด้วย เพราะหากกำหนดไม่ชัดเจน จะทำให้บริษัทขนาดใหญ่เลี่ยงการปฏิบัติตามเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดด้วยการแยกย่อยเป็นหลายบริษัท เพื่อให้มูลค่ายอดขาย และส่วนแบ่งตลาดไม่เข้าตามหลักเกณฑ์
นอกจากนี้ ในบทลงโทษกรณีผูกขาด ที่จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น ภาคเอกชนเสนอให้เหลือแต่เพียงโทษทางแพ่ง คือ การปรับเท่านั้น เป็นต้น







