
เรืองไกรยื่นตีความคุณสมบัติสส.ของมาร์ค
เรืองไกรยื่นกกต.ส่งประธานสภาเสนอศาลรธน.ตีความคุณสมบัติอภิสิทธิ์พ้นสภาพสส.หลังถูกปลดจากทหาร
เรืองไกรยื่นกกต.ส่งประธานสภาเสนอศาลรธน.ตีความคุณสมบัติอภิสิทธิ์พ้นสภาพสส.หลังถูกปลดจากทหาร
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า วันที่ 12พ.ย.นี้จะยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ส่งเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพการเป็นสส.ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106(5) ประกอบมาตรา102(6) กรณีถูกปลดออกจากราชการตามคำสั่งกระทรวงกลาโหมหรือไม่
ทั้งนี้ จากสาระสำคัญในคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 1163/2555 เรื่อง ให้นายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ ทั้งในประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ทำให้เชื่อได้ว่าคำสั่งดังกล่าวมีความชัดเจนว่า เป็นคำสั่งที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ชอบแล้ว จึงมีผลบังคับโดยสมบูรณ์ และตีความต่อได้ว่า นายอภิสิทธิ์ เป็นผู้เคยถูกปลดออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. 2531 เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการแล้ว และถือว่าเป็นบุคคลต้องห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อีกด้วย และกรณีที่กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากราชการ ถือเป็นการลงโทษทางวินัยทหารที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ โดยสามารถนำแนวทางในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8211/2543 ที่มีนายอภิชาต สุขัคคานนท์ เป็นองค์คณะอยู่ด้วยนั้นมาพิจารณาประกอบได้
ดังนั้น การที่นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายร่างการโต้แย้ง ส่งให้ศาลปกครองได้วินิจฉัย เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ที่จะพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 วรรคสอง(1) ซึ่งบัญญัติว่า “เรื่องดังต่อไปนี้ไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง (1) การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร”







