
ควบคุมอาวุธปืน
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกำลังถูกสั่นคลอนจากภาวะเศรษฐกิจ
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกำลังถูกสั่นคลอนจากภาวะเศรษฐกิจ
จะเห็นได้ว่าคดีปล้นร้านทอง ปล้นรถขนเงิน เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ที่ร้ายกว่านั้นคือบางครั้งตำรวจซึ่งเป็นผู้ควบคุมกติการักษากฎหมายและความสงบสุขของสังคมกลับกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง
แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีนโยบายชัดเจนในการปราบปราบอาชญากรรม โดยเฉพาะอาวุธปืน ดังปรากฏผลการจับกุมในแต่ละพื้นที่เป็นจำนวนมาก ล่าสุดจับกุมโชเฟอร์แท็กซี่พร้อมอาวุธปืนสงครามที่เตรียมไว้ก่อเหตุปล้นรถขนเงิน แสดงให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นแรงกดดันให้คนกระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ใช่เพียงคดีต่อทรัพย์ ยังมีคดีประทุษร้ายต่อชีวิตที่ใช้อาวุธปืนอีกเป็นจำนวนมาก ล่าสุดเกิดกรณีสามีบุกจ่อยิงภรรยาเสียชีวิตภายในธนาคาร
การจับกุมปราบปรามคงเป็นเพียงปลายเหตุของการแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญกว่าคือการควบคุมอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมิใช่แค่อาวุธสงครามและปืนเถื่อน แต่รวมถึงปืนถูกกฎหมาย หรือปืนมีทะเบียนที่นำเข้ามาผ่านโครงการสวัสดิการจัดซื้ออาวุธปืนของทางราชการอีกเป็นจำนวนมาก โดยปืนเหล่านี้นำเข้ามาจำหน่ายให้แก่ข้าราชการในราคาถูกกว่าท้องตลาด ทำให้มีการนำไปขายต่อ หรือเปลี่ยนสิทธิครอบครอง
ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยยอมรับว่า โครงการสวัสดิการจัดซื้ออาวุธปืนของหน่วยงานต่างๆ ที่มีเป็นจำนวนมาก เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนอาวุธปืนมีมากขึ้น และเมื่ออาวุธปืนมีมากขึ้น ซ้ำยังราคาถูก ผู้กระทำผิดก็หามาได้ง่ายโดยไม่ต้องเสี่ยงใช้ปืนเถื่อน
มาตรการป้องกันอาชญากรรมต้องสัมพันธ์สอดคล้องไปด้วยกันกับการสกัดกั้นโอกาสที่จะก่ออาชญากรรม การควบคุมอาวุธปืนเป็นมาตรการหนึ่งในการตัดโอกาสการก่ออาชญากรรม
การควบคุมอาวุธปืนจึงมิใช่แค่งานของตำรวจเท่านั้น แต่หน่วยงานอื่นๆ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้อนุมัติการนำเข้าอาวุธปืนตามโครงการสวัสดิการข้าราชการจะต้องควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยปละละเลยให้มีจำนวนมากเกินไป รวมถึงการตรวจสอบผู้ครอบครองให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ห้ามขายหรือเปลี่ยนผู้ครอบครอง
ด้านองค์กรที่เปิดโครงการสวัสดิการให้บุคลากรในสังกัดสั่งซื้ออาวุธปืนก็จะต้องตรวจสอบว่า บุคคลนั้นครอบครองอาวุธปืนอยู่แล้วเท่าใด และหากจะสั่งซื้อใหม่นั้นมีเหตุผลสมควรจะอนุมัติหรือไม่
ขณะที่องค์กรตำรวจ นอกจากจะดำเนินการป้องกันและปราบปรามการใช้อาวุธปืนก่ออาชญากรรมให้เข้มข้นจริงจังอย่างต่อเนื่องแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือจะต้องสอดส่องควบคุมพฤติกรรมบุคลากรของตนเองมิให้เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง หากอาวุธปืนยังคงเกลื่อนเมือง ซ้ำผู้รักษากฎหมายกลายเป็นโจรเสียเอง ประชาชนจะพึ่งใคร







