
แกะรอยปมสังหารโหด นายกเล็กสงขลา
ประเด็นสังหารพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลาเสียชีวิตอย่างอุกอาจ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ประเด็นสังหารพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลาเสียชีวิตอย่างอุกอาจ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา น้ำหนักของคดีพุ่งไปยังประเด็นการเมืองมากขึ้น เมื่อตำรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยว่าเป็นพาหนะของกลุ่มมือปืนจอดอยู่ภายในสถานีวิทยุชุมชนวิทยุสมิหลาเรดิโอของกิตติ ชูช่วย อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา น้องชายของอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
จากการตรวจค้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าไฮลักซ์ สี่ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌณ 6900 กรุงเทพมหานคร พบปลอกกระสุนปืนคาร์บินตกอยู่ที่กระจังหน้ารถ 1 ปลอก รวมทั้งหมวกไหมพรมสีเทา 1 ใบ และถุงมืออีก 1 ข้าง ตกอยู่ในบริเวณโรงรถ เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่ารถยนต์กระบะคันนี้เป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ และขับมาจอดเพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่ขับหลบหนีไป
พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.) จ.สงขลา เปิดเผยว่า รถคันดังกล่าวสวมป้ายทะเบียนปลอมโดยไม่พบข้อมูลในสารบบของกรมการขนส่งไทย หมายเลขขอบกระจกคล้ายกับรหัสรถยนต์จากประเทศมาเลเซีย
“ประเด็นการสังหารเจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่น ทั้งปัญหาการ บริหารงานภายในเทศบาลนครสงขลา และความขัดแย้งกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งในพื้นที่ จ.สงขลา” ผบก.ภ.จ.สงขลา กล่าวถึงแนวทางคดี
แต่ในความเห็นของสมชาย เมฆาอภิรักษ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสงขลาชุดของพีระเห็นว่า การเสียชีวิตของพีระไม่เกี่ยวกับการลาออกของรองนายกฯ ที่ปรึกษา และเลขานุการนายกฯ แบบเกือบยกชุด เพราะเหตุที่พากันลาออกเนื่องจากอุดมการณ์ต่างกัน ไม่สามารถทำงานให้ประชาชนได้เท่านั้น โดยไม่ได้ขัดแย้งเรื่องของผลประโยชน์เลย ความเป็นเพื่อนยังอยู่เหมือนเดิม
“ขณะที่ปัญหาการสั่งพักงานข้าราชการระดับสูงในเทศบาล ก็มีการฟ้องร้องไปตามขั้นตอนของระบบราชการ และบางคนฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตามหลักฐานและพยาน ไม่ถึงขั้นที่จะมาปองร้ายด้วยอาวุธสงคราม” สมชายให้ความเห็น
ย้อนรอยเส้นทางการเมืองของพีระ เขาเคยร่วมอยู่ใน “กลุ่มสงขลาพัฒนา” ภายใต้คอนเนกชันมหาวชิราวุธวิทยาลัย กับเพื่อนร่วมรุ่น นิพนธ์ บุญญามณี เจือ ราชสีห์ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา
จุดพลิกผันสำคัญเกิดขึ้นในปี 2552 เมื่อนวพล บุญญามณี น้องชายนิพนธ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา กลุ่มสงขลาพัฒนาจัดกระบวนใหม่ โดยส่งให้อุทิศซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครสงขลาเข้าชิงตำแหน่งนายก อบจ. และให้พีระลงชิงชัยเป็นนายกเทศมนตรีแทน
อุทิศคว้าเก้าอี้ อบจ. ไปได้ แต่ในสนามเทศบาลนครสงขลา กลับปรากฏชื่อกิตติ ชูช่วย น้องชายของอุทิศ ลงแข่งขันกับพีระ
ก่อนเสียชีวิตอาจเรียกได้ว่า พีระกำลังเปิดศึกก่อความขัดแย้งรอบด้าน ทั้งจากปัญหาสั่งพักงานข้าราชการเทศบาล ไล่ออก รองนายกเทศมนตรี ตรวจสอบทุจริตอดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา เป็นแกนนำประชาชนต่อต้านโรงเก็บสารกัมมันตภาพรังสีกลางเมืองสงขลาของบริษัท ชลัมเบอร์เจอร์ จำกัด และการคัดค้านโครงการกระเช้าลอยฟ้าข้ามจากแหลมสมิหราไปยังหัวเขาแดง ของ อบจ.สงขลา มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท
พีระเคยประกาศลั่นว่าถ้าจะทำโครงการกระเช้าลอยฟ้าก็ต้องข้ามศพเขาไปก่อน
น่าเสียดายที่จากการพยายามติดต่อ แต่อุทิศไม่ยอมรับโทรศัพท์ มิฉะนั้นจะได้เห็นข้อเท็จจริงจากอีกฝั่งหนึ่ง
นิพนธ์ บุญญามณี สส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์อย่างน่าคิดว่า ยังไม่ขอพูดอะไรมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนเชิงลึก แต่ส่วนตัวยอมรับว่าช็อกและตกใจมากที่เกิดเหตุครั้งนี้ เพราะไม่คิดว่าปัญหาต่างๆ จะรุนแรงมากถึงขั้นเอาชีวิตกัน
การเมืองท้องถิ่นสงขลาถึงคราวต้องจัดกระบวนกันใหม่ ซึ่งน่ากังวลว่าจะเกิดความรุนแรงใดๆ ตามมาอีกหรือไม่ เพราะช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา นักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จ.สงขลา ต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรง บางรายถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้วหลายราย







