
ศิธา เลขา ไทยสร้างไทย ชูศักยภาพชายแดนใต้ ผลิตอาหารฮาลาลโลก
"ศิธา"เลขาธิกาพรรคไทยสร้างไทย ชี้ศักยภาพพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางผลิตอาหารฮาลาลของโลก รองรับมุสลิมกว่า 1.5 พันล้านคน จี้รัฐพักใช้กฎหมายขวางการทำมาหากิน-คืนเสรีภาพให้คนในพื้นที่
น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย และดร.ศักดิ์ณรงค์ ศิริพร ณ ราชสีมา รองเลขาธิการพรรค รับฟังเสียงผู้ประกอบการในจังหวัดปัตตานี และร่วมเสวนากับภาคเอกชน ภาควิชาการ และนายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ ผู้สมัครเขต 1 ปัตตานี ในหัวข้อ "จากบังเกอร์สู่ Creative Culture ปลดล็อกสู่ดินแดนแห่งโอกาส"
น.ต.ศิธา กล่าวว่า เมืองปัตตานีและจังหวัดชายแดนใต้เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความงดงามของธรรมชาติ และผู้คนที่ยิ้มแย้มมีน้ำใจ แถมยังเดินทางสะดวก นั่งรถไฟจากตัวเมืองหาดใหญ่มาประมาณชั่วโมงนิดๆ วันนี้ปัตตานีและจังหวัดชายแดนใต้พร้อมแล้วที่จะเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยว ในช่วงการเปิดประเทศหลังโควิด-19
ขณะเดียวกันที่นี่ยังมีอาหารฮาลาลที่มีวัตถุดิบมาจากเครื่องแกงใต้รสชาติจัดจ้าน ทำให้รสชาติอาหารที่นี่อร่อย ไม่เหมือนกันประเทศมุสลิมอื่นๆ ประกอบกับประชากรมุสลิมทั่วโลกที่มีถึง 1,565 ล้านคนหรือ 1 ใน 4 ของประชากรโลก หากเราส่งเสริมให้ที่นี่เป็นครัวอาหารฮาลาลโลกที่เสิร์ฟพร้อมอัธยาศัยไมตรีของพี่น้องมุสลิมที่นี่ เราจะสามารถดึงดูดชาวมุสลิมทั่วโลกให้มากิน มาเที่ยวที่นี่ได้อีกมากมาย
พรรคไทยสร้างไทยเห็นศักยภาพพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งสามารถออกแบบให้เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าและอาหารฮาลาลของโลก เพื่อรองรับมุสลิมกว่า 1.5 พันล้านคน โดยเฉพาะการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร-อาหารอุตสาหกรรมการให้บริการการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งในพื้นที่ชายแดนใต้และถือว่าเป็นการสร้างโอกาสให้แก่พี่น้องชายแดนใต้และจังหวัดใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม โอกาสพวกนี้ถูกปิดกั้นด้วยการใช้กฎหมาย ใช้กำลังทหาร มากดทับการทำมาหากินของประชาชน โดยภาครัฐควรถ่วงดุลระหว่างการทำมาหากินของประชาชน และการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์แต่ละห้วงเวลา
“จะเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวได้อย่างไร ถ้ายังมีแต่บังเกอร์ มีด่านทุก 100 เมตร มีทหารถือปืนอยู่ทุกที่ หรือมีการประกาศกฎอัยการศึกรวมทั้ง พรก.ฉุกเฉิน ต่อเรื่องยาวนานมาเกือบ 20ปี เราต้องปลดล็อกพันธนาการเหล่านี้ คืนโอกาสทำมาหากิน คืนเสรีภาพและประชาธิปไตยให้พี่น้อง 3จังหวัดชายแดนใต้ได้แล้ว” น.ต.ศิธา กล่าว







