posttoday
ผลกระทบ7หมื่นล้าน นานาชาติต้าน'เขื่อนไซยะบุรี'

ผลกระทบ7หมื่นล้าน นานาชาติต้าน'เขื่อนไซยะบุรี'

08 พฤศจิกายน 2555

เสียงเรียกร้องของผู้คนริมฝั่งน้ำโขงทั้งไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม รวมทั้งองค์กรสิ่งแวดล้อมนานาชาติอย่างองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

เสียงเรียกร้องของผู้คนริมฝั่งน้ำโขงทั้งไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม รวมทั้งองค์กรสิ่งแวดล้อมนานาชาติอย่างองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ให้รัฐบาลลาวทบทวนการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี กั้นแม่น้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า กำลังผลิต 1,285 เมกะวัตต์ ช่วงตรงข้าม จ.น่าน ของไทย

หรือแม้แต่แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงความห่วงกังวลระหว่างการประชุมสุดยอดเอเชียยุโรป (ASEM 9) ในกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงประเทศลาว โดยเรียกร้องให้ระงับการสร้างเขื่อนออกไปจนกว่าการศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศจะเสร็จเรียบร้อย ก็ไม่อาจยับยั้งโครงการมูลค่ากว่าแสนล้านบาท

เดิมรัฐบาลลาวและบริษัท ช.การช่าง ผู้ได้รับสัมปทาน มีกำหนดวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเขื่อนในวันที่ 7 พ.ย. นี้ แต่หลังจากเสียงคัดค้านจากนานาชาติดังมากขึ้น ท่าทีของฝ่ายลาวก็เปลี่ยนไป แต่สำหรับผู้ติดตามสถานการณ์เขื่อนไซยะบุรีมาอย่างต่อเนื่อง เพียรพร ดีเทศน์ ผู้ประสานงานองค์กรแม่น้ำนานาชาติ กลับเห็นว่าการชะลอการก่อสร้างหรือไม่นั้นยังเต็มไปด้วยความสับสน

“แม้แต่คนของทางการลาวก็พูดไม่เหมือนกัน นายวิราพน วิระวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของลาว บอกว่าจะมีการวางศิลาฤกษ์ แต่นายกรัฐมนตรี ทองสิง ทำมะวง ของลาวกลับบอกว่าเป็นแค่การลงพื้นที่ ยังเป็นเพียงขั้นตอนการศึกษา ขณะที่ ช.การช่าง ได้เชิญรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผู้บริหารของไทยอีกหลายคนไปร่วมงาน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล”

เขื่อนไซยะบุรีเป็นโครงการเขื่อนแห่งแรกที่จะกั้นแม่น้ำโขงทางตอนล่าง จากทั้งหมด 11 โครงการ โดยยังไม่ได้รับฉันทามติจาก 4 ประเทศสมาชิกกลุ่มน้ำโขง ภายใต้ข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ. 2538 ที่ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ได้ตกลงกันไว้เพื่อร่วมกันใช้แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน

ข้อกังวลสำคัญต่อโครงการเขื่อนไซยะบุรีคือ รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ไม่รู้ว่าผลกระทบต่อระบบนิเวศหลังการก่อสร้างเขื่อนนั้นจะรุนแรงแค่ไหน โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับพันธุ์ปลาที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากเขื่อนกั้นทำให้ไม่สามารถว่ายไปวางไข่ในแม่น้ำโขงตอนบนได้ และที่สำคัญการประมงแม่น้ำโขงเป็นการประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าประมาณปีละ 7 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ บทเรียนจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในจีนก็ส่งผลกระทบเกี่ยวกับความแปรปรวนของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับภาวะแต่เดิมก่อนที่จีนจะสร้างเขื่อน

ผลกระทบ7หมื่นล้าน นานาชาติต้าน'เขื่อนไซยะบุรี'

 

เพียรพร ระบุว่า หากมีการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศลาว แม่น้ำโขงจะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำ มีผลกระทบต่อพันธุ์ปลาซึ่งอพยพจากทะเลสาบเขมรมาวางไข่ด้านเหนือ

ในฐานะแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนกว่า 60 ล้านคน ใน 6 ประเทศ ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของแม่น้ำโขง ถึงขนาดมีสิทธิตัดสินใจทำอะไรก็ตามเพื่อเปลี่ยนแปลงมหานทีสายนี้

ช่วงเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ชาวบ้าน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงของไทย ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ มุกดาหาร และอุบลราชธานี ได้ร่วมกันเข้าชื่อฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์

แม้เขื่อนไซยะบุรีจะอยู่นอกประเทศไทย แต่การที่ กฟผ. รับซื้อไฟฟ้าก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายไทย อาทิ การเปิดเผยข้อมูล การรับฟังความคิดเห็น การจัดให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการประเมินผลกระทบทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ ดังนั้นการที่ กฟผ. ลงนามในสัญญาซื้อไฟฟ้ากับทางการลาวจึงถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมาย

การฟ้องคดีต่อศาลปกครองครั้งนี้ถือเป็นคดีแรกของโครงการพลังงานข้ามแดน ซึ่งกลุ่มทุนไทยเข้าไปดำเนินการในประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ทั้งลาว กัมพูชา และพม่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมาถึงเขตพื้นที่ประเทศไทย

“รู้สึกวังเวงใจแทนชาวบ้านเมื่อได้ยินรัฐมนตรีต่างประเทศไทยที่พูดในทำนองว่า ทางการลาวพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว และทำท่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม แล้วแต่ทางการลาวและ ช.การช่าง ไม่รู้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้เคยฟังเสียงชาวบ้านริมแม่น้ำโขงที่ออกมาคัดค้านบ้างหรือไม่ รู้หรือไม่ว่าโครงการนี้มีลักษณะอย่างไร มีการตรวจสอบว่าเป็นไปอย่างที่ทางการลาวหรือบริษัท ช.การช่าง อ้างจริงหรือ ทำไมจึงออกมากันรันตีโดยไม่ฟังเสียงประชาชนของตัวเองเลย”

ความเห็นที่เพียรพรมีต่อรัฐบาลไทยนั้นเกิดขึ้นเมื่อได้เห็นท่าทีของประเทศกัมพูชาและเวียดนามที่ประกาศในช่วงเวลาการประชุมอาเซม เรียกร้องให้ชะลอการสร้างเขื่อนไซยะบุรีออกไป เพราะหวั่นเกรงว่าประชาชนของตัวเองจะได้รับผลกระทบ

ไม่เพียงแต่ภาครัฐ ตัวแทนของบริษัท ช.การช่าง ยังให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศว่า “นักสิ่งแวดล้อมพยายามกวนให้เป็นประเด็น ปั่นหัวชาวบ้านที่ไร้การศึกษา และชี้นำคนในทางที่ผิด” เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม เพียรพร เสนอให้ตั้งคณะกรรมการระหว่างประเทศ ดึงประเทศที่ได้รับผลกระทบและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมตรวจสอบ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน