posttoday
อัญมณีผวาค่าจ้าง ส่อแววย้ายฐานหนี

อัญมณีผวาค่าจ้าง ส่อแววย้ายฐานหนี

08 พฤศจิกายน 2555

สถาบันอัญมณีหวั่นนโยบายค่าจ้าง 300 บาท ทำผู้ประกอบการย้ายฐานหนีไทยไปประเทศต้นทุนต่ำ

สถาบันอัญมณีหวั่นนโยบายค่าจ้าง 300 บาท ทำผู้ประกอบการย้ายฐานหนีไทยไปประเทศต้นทุนต่ำ

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากค่าจ้างที่รัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศเป็น 300 บาทต่อวันนั้น อาจจะส่งผลให้ผู้ประกอบการอัญมณีต้องย้านฐานการผลิตไปประเทศอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 หรือเออีซี จะเป็นผลบวกมากกว่าผลเสีย

เพราะการเปิดถือเป็นการต่อยอดจากการเปิด เอฟทีเอฟ ที่ยังได้ประโยชน์ อีก 6 ประเทศ คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่วนเรื่องภาษีศุลกากรนั้น ปัจจุบันเสียอยู่ 0% และแทบไม่เป็นอุปสรรคแล้ว อาจจะมีบ้างเรื่อง ภาษีที่ต้องระบุถึงแหล่งกำเนิดสินค้าที่เป็นต้นน้ำ รวมไปถึง ทำให้ต้องบ้านฐานไปผลิตประเทศอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่า เป็นต้นชี้เปิดเออีซี อุตสาหกรรมอัญมณีได้ประโยชน์ หวั่นปัญหาค่าแรงอาจทำให้ต้องย้ายฐานไปอยู่ประเทศที่ต้นทุนต่ำ

นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (สวอ.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย มีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีบุคลากรในประเทศที่เกี่ยวเนื่องไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน จัดเป็นห่วงโซ่อุปทาน มีบุคลากรเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างการส่งออกได้กว่า 3.7 แสนล้านบาท

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ จัดเป็นอุตสาหกรรมสำคัญอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากอุตสาหกรรมอิเล็คโทรนิค และอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยประเทศไทยส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับมากที่สุดไปยัง คือสวิสเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ตามลำดับ ส่วนตลาดอาเซียนส่งออกไปยังสิงคโปร์ มาเลเซียและบรูไน ตามลำดับ

“อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยนั้น เป็นของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อยถึง 99% ไม่ได้ผูกขาดกับผู้ประกอบการรายใหญ่เลย และเมื่อเปิดเออีซีตลาดจะใหญ่ขึ้นมาก อาเซียนนั้นจะใหญ่มากขึ้น แต่อาจเนื่องจากมีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคน ทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงาน บริการ การลงทุนทำได้อย่างเสรี ซึ่งจะทำให้เข้าถึงแหล่งวัตถุดิบได้ง่ายขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถทางการผลิตได้มากขึ้นด้วย” นายศิริพลกล่าว

อย่างไรก็ตามการแข่งขันก็จะรุนแรงมากขึ้นเช่นกันจะทำให้มีปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือแรงงาน อาจทำให้ไทยเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับสินค้าราคาถูกและด้อยคุณภาพจากที่อื่น” นายศิริพล กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยต้องมีการเตรียมพร้อม โดยการต้องเปลี่ยนจากเพียงผู้รับจ้างผลิต (OEM) ไปเป็นผู้ผลิตที่มีสินค้าของตนเอง

(OBM) และมุ่งสู่การมีตราสินค้า ของตนเอง

 


 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI