posttoday
สืบเนื่องจาก 3จี:อะไรคือการฮั้ว

สืบเนื่องจาก 3จี:อะไรคือการฮั้ว

03 พฤศจิกายน 2555

เราได้คุยกันไปในคราวที่แล้วเรื่องของการฮั้ว โดยมีตุ๊กตาในการอภิปรายกันเป็นการประมูลทางด้านโทรคมนาคม

โดย...เจษฏ์ โทณะวนิก

เราได้คุยกันไปในคราวที่แล้วเรื่องของการฮั้ว โดยมีตุ๊กตาในการอภิปรายกันเป็นการประมูลทางด้านโทรคมนาคมเพื่อใช้เทคโนโลยีรุ่นที่ 3 (3rd Generation–3G) หรือ 3จี นั่นเอง โดยเรามองไปที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542

ประเด็นที่เราตั้งเอาไว้เพื่อเอามาคุยกันต่อคือ กฎหมายนี้พูดถึงเรื่อง “การเสนอราคา” ซึ่งหมายความถึง “การยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐอันเกี่ยวกับการซื้อ การจ้าง การแลกเปลี่ยน การเช่า การจำหน่ายทรัพย์สิน การได้รับสัมปทานหรือการได้รับสิทธิใดๆ”

กฎหมายนี้ประสงค์ที่จะใช้บังคับ (Implement) กับภาคธุรกิจ หรือประชาชนทั่วไปที่เข้าเกี่ยวข้องในลักษณะการเสนอราคาตามนิยามที่ว่าไปนั้นต่อ “หน่วยงานของรัฐ” ซึ่งหมายถึง “กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นใดที่ดำเนินกิจการของรัฐตามกฎหมาย และได้รับเงินอุดหนุนหรือเงินทรัพย์สินลงทุนจากรัฐ”

ทั้งนี้ ในการเสนอราคาดังกล่าวอาจจะมีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องคือ “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ซึ่งหมายความถึง “นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, สมาชิกวุฒิสภา, ข้าราชการการเมืองอื่นนอกจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง, ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา และผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น”

ส่วนการกระทำที่กฎหมายมองว่าเป็นการฮั้วหรือการสมยอมการเสนอราคานั้นมีอยู่หลายลักษณะตามที่ได้คุยกันไปเบื้องต้นในคราวที่แล้ว ซึ่งในรายละเอียดก็จะมีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายประมาณ 67 ลักษณะ

ลักษณะแรก การสมยอมราคา เป็นการที่บุคคลตกลงร่วมกันในการเสนอราคา หรือบุคคลเป็นธุระในการชักชวนให้ผู้อื่นร่วมตกลงในการเสนอราคา เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญา โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม กีดกันไม่ให้เสนอสินค้าหรือบริการ หรือเอาเปรียบหน่วยงานของรัฐซึ่งมิใช่การประกอบธุรกิจปกติ

ลักษณะที่สอง การจัดให้มีการสมยอมราคา เป็นการที่บุคคลขอให้ หรือรับว่าจะให้ หรือเรียก หรือรับ เงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจให้ร่วมดำเนินการให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญา หรือให้เสนอราคาสูงกว่าหรือต่ำกว่าลักษณะสินค้า บริการ หรือสิทธิที่จะได้รับ หรือให้ไม่เข้าร่วมเสนอราคา หรือถอนการเสนอราคา

ลักษณะที่สาม การข่มขืนใจให้จำยอมเข้าสมยอมราคากัน เป็นการที่บุคคลข่มขืนใจให้ผู้อื่นจำยอมร่วมดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอราคา การไม่เข้าร่วมเสนอราคา การถอนการเสนอราคา หรือการเสนอราคาตามที่กำหนด โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ ให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น

ลักษณะที่สี่ การใช้อุบายหลอกลวง หรือใช้วิธีอื่นใดที่ทำให้เกิดการหลงผิดในการเสนอราคา เป็นการที่บุคคลใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำโดยวิธีอื่นใดอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือมีการเสนอราคาโดยหลงผิด

ลักษณะที่ห้า การเสนอราคาต่ำหรือให้ผลประโยชน์สูงกว่าปกติจนทำให้ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้ เป็นการที่บุคคลโดยทุจริตทำการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ โดยรู้ว่าราคาที่เสนอนั้นต่ำมากเกินกว่าปกติจนเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นไปตามลักษณะสินค้าหรือบริการ หรือเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐสูงกว่าความเป็นจริงตามสิทธิที่จะได้รับ โดยมีวัตถุประสงค์กีดกันการแข่งขันราคา เป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามสัญญาได้ ซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ลักษณะที่หก การทุจริตในการออกแบบ กำหนดราคา หรือกำหนดเงื่อนไข เป็นการที่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ หรือกำหนดราคา หรือกำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อช่วยเหลือผู้เสนอราคาให้มีสิทธิทำสัญญาโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคาไม่ให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม

ตามลักษณะการกระทำที่กล่าวมานั้น หากเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดดังกล่าวให้ถือว่ามีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท ถึง 4 แสนบาท หากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำเช่นเดียวกันก็ถือว่ามีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่เช่นกัน แต่ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1.4 แสนบาท ถึง 4 แสนบาท

ลองพิจารณากันดูนะครับใครทำผิดหรือไม่ อย่างไร อภิปรายกันให้ชัดเจน

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI