
รอบคอบโปร่งใส
การแก้ไข พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ได้ผ่านขั้นตอนด้านรัฐสภาอีกขั้นหนึ่ง
การแก้ไข พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ได้ผ่านขั้นตอนด้านรัฐสภาอีกขั้นหนึ่ง
หลังจากสมาชิกวุฒิสภาได้ลงมติรับหลักการแล้วเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าอีกไม่นานกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ได้
กฎหมายฉบับนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงรัฐบาลชุดนี้พยายามแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์บางอย่างที่ไม่ชัดเจน และรองรับการลงทุนของรัฐในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทวีความสำคัญขึ้นในระยะต่อไป
ทั้งนี้ สาระสำคัญในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ คือการย้ายอำนาจการอนุมัติโครงการจากเดิมอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และกระทรวงการคลัง มาเป็นอำนาจของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ที่มีหน้าที่ตั้งแต่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ให้ความเห็นชอบโครงการที่จะให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน
รวมทั้งรวบอำนาจในการเชิญชวนเอกชนมาร่วมลงทุน การร่างขอบเขตโครงการและร่างสัญญาการร่วมลงทุนจากกระทรวงเจ้าของโครงการมาเป็นของคณะกรรมการชุดนี้ด้วย
จึงมีการตั้งข้อสังเกตกันมากเกี่ยวกับโครงสร้างของคณะ กรรมการฯ โดยเฉพาะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เปิดทางให้แต่งตั้งอดีต สส. สว. สมาชิกสภาท้องถิ่น รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พ้นตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มาเป็นกรรมการได้ และการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นผู้จัดทำยุทธศาสตร์ด้านการลงทุน แทนที่จะเป็นสภาพัฒน์ที่มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านภาพรวมการลงทุนมากกว่า ในฐานะหน่วยงานที่วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจมาโดยตลอด
ผลกระทบที่จะตามมาจากโครงสร้างคณะกรรมการฯ ดังกล่าว จึงมีทั้งเรื่องการตั้งบุคคลที่อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนมาเป็นกรรมการ การกำหนดโครงการลงทุนที่อาจจะไม่เหมาะสมกับการพัฒนาประเทศ และกลายเป็นโครงการสร้างที่ทำให้สูญงบประมาณอย่างเปล่าประโยชน์ เหมือนที่เกิดขึ้นกับสนามบิน สนามกีฬา ท่าเรือ ในหลายจังหวัดที่ก่อสร้างตามความต้องการของนักการเมือง
แม้ว่าประเทศไทยจะมีปัญหาขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจมานาน และจากนี้คงต้องอาศัยเม็ดเงินจากการลงทุนภาครัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการส่งออกที่รายได้ลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยรัฐบาลชุดนี้ก็มีแผนจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถึง 2.27 ล้านล้านบาท ในอีก 10 ปี ข้างหน้าอยู่
แต่ความโปร่งใส ความรอบคอบ ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกกรรมการ ที่ส่งผลถึงการคัดเลือกโครงการลงทุน คัดเลือกเอกชนร่วมทุน ก็สำคัญไม่น้อยกว่ากัน
เพื่อให้โครงการที่ออกมามีประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างแท้จริง







