posttoday
แจ้งผู้ว่าฯระวังศึกแย่งน้ำฤดูแล้ง

แจ้งผู้ว่าฯระวังศึกแย่งน้ำฤดูแล้ง

24 มีนาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — กรมชลประทานร่อนหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระวังสงครามแย่งน้ำ

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย จ.ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรี อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครนายก ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ทุกจังหวัดให้แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับอำเภอและตำบล ชี้แจงข้อมูลแผนลดการระบายน้ำจาก 2 เขื่อนหลักลงเหลือวันละ 38 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากเดิมที่ระบายน้ำวันละ 50 ล้าน ลบ.ม. และตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จะระบายเหลือวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากปริมาณน้ำกักเก็บลดลงเกินกว่าที่ได้วางแผนไว้จากปัญหาการขยายพื้นที่ปลูกข้าว และปัญหาภัยแล้ง ซึ่งอาจเกิดการแย่งน้ำกันใช้ได้

“กรมต้องการให้ผู้ว่าฯ ลงไปชี้แจงกับประชาชนเพื่อร่วมกันวางแผนการใช้น้ำ จะได้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง รวมทั้งคนในจังหวัดจะได้ร่วมกันส่งเสริมการลดทำนาปรังรอบ 2” ซึ่งการลดการระบายน้ำ เป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนที่จะถึงนี้ให้มากที่สุด และยังเป็นการลดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต นายชลิต กล่าว

พร้อมกันนี้ กรมชลประทานได้วางแผนร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริหารจัดการน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ในฤดูแล้งปี 2552/2553 โดยโดยปริมาณน้ำใช้การได้ของเขื่อนทั้งสองแห่ง ณ วันที่ 1 พ.ย. 52 มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 8,720 ล้านลบ.ม. และได้มีการวางแผนนำน้ำมาใช้จากเขื่อนทั้งสองแห่งเป็นจำนวนทั้งสิ้น 6,000 ล้าน ลบ.ม. เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย. 52 – 30 เม.ย. 53 ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่มีสามารถสนับสนุนการทำนาปรังทั้งในเขตและนอกเขตชลประทานได้เพียงครั้งเดียว 5.95 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีการทำนาปรังไปแล้วรวม 8.53 ล้านไร่ เกินแผนที่วางไว้ 2.58 ล้านไร่ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำมีไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ วันที่ 22 มี.ค. 2553 เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีน้ำใช้การได้เหลืออยู่เพียง 3,129 ล้าน ลบ.ม. ถือได้ว่าเป็นปริมาณน้ำที่ค่อนข้างน้อย และจากการติดตามตรวจสอบพื้นที่การเกษตรพบว่าเกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังครั้งที่ 1 ไปบ้างแล้ว มีบางพื้นที่ที่ข้าวอยู่ในระยะตั้งท้องและระยะออกรวง ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวจะใช้น้ำน้อย รอระยะเวลาเก็บเกี่ยวภายใน 15 วัน ซึ่งยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงจำเป็นต้องลดการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จนถึงเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งจะดำเนินการแบบทยอยลดในแต่ละช่วงตั้งแต่วันที่ 22 – 31 มี.ค.นี้ จากเดิมที่มีการใช้น้ำวันละ 52 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 39 ล้านลูกบาศก์เมตร และในเดือนเมษายนนี้ จะลดเหลือวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งล่าสุด มีการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ไปแล้ว 6,348 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าแผนที่กำหนดไว้ 348 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ยังเหลือระยะเวลาที่จะต้องส่งน้ำในช่วงฤดูแล้งอีกประมาณ 5 สัปดาห์ ซึ่งกรมชลประทานได้ประชาสัมพันธ์และรณรงค์แจ้งเตือนเกษตรกรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้งดทำนาปรังครั้งที่ 2 ตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้