
โลกมองไทย
เอเอฟพีเปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา อ้างผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักซึ่งเตือนว่า
เอเอฟพีเปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา อ้างผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักซึ่งเตือนว่า
ไทยเสี่ยงสูญเสียตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ภายหลังรัฐบาลดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งส่งผลให้ข้าวไทยมีราคาแพงขึ้นจนขายยาก
“ปีนี้ถือเป็นปีที่แย่ที่สุดของเรา เพราะเรากำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่ง โดยเฉพาะผู้ส่งออกรายใหม่ๆ อย่างกัมพูชา และพม่า ซึ่งหันมาผลิตและส่งออกข้าวมากขึ้น” ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าว
ด้านกระทรวงเกษตรสหรัฐคาดการณ์ว่า ส่วนแบ่งตลาดของไทยจะลดลงน้อยกว่า 1 ใน 5 ในปีนี้ ขณะที่ยอดส่งออกจะลดเหลือ 6.5 ล้านตัน จากเดิมที่เคยส่งออกได้ 20 ล้านตัน ส่งผลให้ไทยเสี่ยงถูกคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินเดียแซงหน้า
นอกจากนี้ ทางกระทรวงฯ ยังคาดการณ์ว่า ปริมาณข้าวในสต๊อกของไทยจะพุ่งสูงแตะระดับ 9.4 ล้านตันในปลายปีนี้ และ 12.1 ล้านตันในปีหน้า จากระดับปัจจุบันที่ 10 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า ไทยไม่สามารถยกเลิกนโยบายรับจำนำข้าวในขณะนี้ เนื่องจากอาจส่งผลให้ข้าวล้นตลาดจนฉุดราคาลงอย่างหนัก
“รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเพราะปัจจุบันมีปริมาณข้าวในสต๊อกสูงมาก หากตัดสินใจยุติโครงการรับจำนำ ราคาก็จะปรับลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านการเมือง” ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าว พร้อมกับย้ำว่า อินเดียและจีนกำลังฉวยโอกาสจากโครงการรับจำนำของไทย
ความเห็นดังกล่าวสวนทางกับกลุ่มชาวนาในประเทศ ซึ่งสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการรับจำนำ เพราะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
ทั้งนี้ ข้อมูลเบื้องต้นของทีดีอาร์ไอพบว่า ปัจจุบันมีราว 9 แสนครัวเรือนในประเทศที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว







