
มะกันต้องมาก่อน
ผ่านไปแล้วกับการดีเบตระหว่าง 2 ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างประธานาธิบดี บารัก โอบามา และ มิตต์ รอมนีย์
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ผ่านไปแล้วกับการดีเบตระหว่าง 2 ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างประธานาธิบดี บารัก โอบามา และ มิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากรีพับลิกัน แม้ว่าจะโต้กันไปแล้ว 3 ยก คนสหรัฐส่วนใหญ่ก็ยังบอกว่ายังเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกใครดี
โดยเฉพาะหลังการดีเบตยกที่สามเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่ถกกันเรื่องนโยบายต่างประเทศ แต่ไปๆ มาๆ ทั้งโอบามา และรอมนีย์ กลับวกกลับเข้ามายังปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ถือเป็นการบ่งบอกได้ชัดว่า ในวันนี้สหรัฐให้ความสนใจกับปัญหาปากท้องของตัวเองมากกว่าประเด็นโลก
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น โอบามา หรือ รอมนีย์ ขึ้นมานั่งเป็นผู้นำประเทศ การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐต่อจากนี้ไปน่าจะเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิมครับ โดยเฉพาะบรรดาคู่ค้าของสหรัฐทั้งหลายที่เคยเอาเปรียบกันเสียเปรียบกันยังไง คาดว่าจะทำการค้ากับสหรัฐได้ยากขึ้นแน่นอน
โดยเฉพาะการปะทะกับจีน ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของโอบามานั้น ถือว่าเป็นยุคหนึ่งที่สหรัฐแสดงท่าทีของการเป็นปฏิปักษ์กับจีนมากที่สุด แม้ว่าปากจะบอกว่าทั้งสองประเทศสามารถเป็นมิตรกันได้อย่างสร้างสรรค์เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่ทว่าในเชิงปฏิบัตินั้น สหรัฐมีท่าทีแสดงความเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับจีนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในกรณีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ สหรัฐก็ประกาศอยู่เคียงข้างฝ่ายตรงข้ามกับจีน ในกรณีข้อพิพาทเกาะเตียวหยูระหว่างจีนและญี่ปุ่น แน่นอนว่าสหรัฐก็อยู่ข้างเดียวกับญี่ปุ่น
ในด้านเศรษฐกิจ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ถึงกับประกาศลั่นว่า จะพยายามหาทางดึงภาคการผลิตกลับมายังผืนแผ่นดินสหรัฐให้ได้ เพราะที่ผ่านมา เอกชนสหรัฐพากันหนีไปตั้งฐานการผลิตในจีนหมด เพราะมีค่าใช้จ่ายค่าแรงถูกกว่ากันเยอะ เลยทำให้คนสหรัฐตกงานไม่มีงานทำกันจำนวนมาก
สำหรับ รอมนีย์ นั้นแรงยิ่งกว่า ถึงกับบอกว่า หากขึ้นเป็นประธานาธิบดีจริง จะประกาศชัดๆ ไปเลยในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่งว่า จีนคือประเทศที่แทรกแซงค่าเงิน ทำการค้าอย่างไม่เป็นธรรม
ที่ผ่านมา สหรัฐไม่กล้าบอกตรงๆ ครับว่าเป็นจีน ได้แต่ใช้วิธีเลี่ยงคำ ไม่ระบุชัดว่าเป็นประเทศใด บอกเพียงแค่ “บางประเทศ” เท่านั้น
สหรัฐก็คือสหรัฐครับ เสถียรภาพความมั่นคงของสหรัฐก็คือเสถียรภาพความมั่นคงของโลก เหมือนสมัยที่อดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐ ลั่นทำสงครามกวาดล้างก่อการร้ายทั่วโลก ใครไม่อยู่ข้างสหรัฐถือว่าเป็นศัตรู ทำเอาโลกป่วนวุ่นวายไปกับสงครามก่อการร้ายทั้งหมด
มาในวันนี้ ทั้งโอบามา และรอมนีย์ บอกว่า จะต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้กลับคืนมายังสหรัฐอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า สหรัฐจะเขี้ยวลากดินมากขึ้นในนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศ
ขนาดที่ว่าโลกเดือดร้อนไปตามๆ กันมาแล้ว กับนโยบายคิวอีทั้ง 2 ครั้งของสหรัฐในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สหรัฐก็ยังไม่ฟัง ไม่สนใจครับ และประกาศใช้คิวอี 3 อีกครั้งไปแล้ว
ไม่ว่าคนอื่นจะเจ็บอย่างไรก็ช่างมัน!







